เลขาธิการสมช. ลั่นไม่ประมาทหลังบีอาร์เอ็นประกาศลดก่อเหตุช่วงรอมฎอน ระบุหากไม่ดีขึ้นเล็งคุยกลุ่มอื่น
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ให้สัมภาษณ์หลังทางการมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยสันติภาพให้กับกลุ่มบีอาร์เอ็น แถลงลดเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงเดือนรอมฎอนว่า มีความเชื่อมั่นว่าสถานการณ์จะดีกว่าที่ผ่านมาอย่างมากแน่นอน โดยทางบีอาร์เอ็นได้แจ้งถึงเจตนารมณ์ที่ชัดเจน เหมือนกับฝ่ายไทยที่ประสงค์ให้ลดเหตุรุนแรงในพื้นที่ลงให้ได้
"สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เขาเสนอว่าการพูดคุยเป็นหนทางดีที่สุดในการที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความรุนแรงได้อย่างยั่งยืน โดยก้าวต่อไปเราก็ยังไม่ประมาทเหมือนเดิม เพราะเดือนนี้เขาอาจจะหยุด แต่หลังจากนี้เราก็ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร เมื่อครบเดือนรอมฎอน ก็จะนำไปสู่การพูดคุยครั้งต่อไป ซึ่งตรงนั้นก็ต้องหยิบยกขึ้นมาดูต่อไป" เลขาธิการสมช.กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าในระยะเวลา 40 วันคิดว่าเหตุรุนแรงจะไม่เกิดขึ้นเลยใช่หรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า "เขามีความพยายามอย่างนั้น แต่แน่นอนข้อจำกัดที่ยังมีปัจจัยบางส่วน ทั้งเราและเขาต้องช่วยกันเฝ้าระวังตรงนั้นด้วยกัน โดยเราเชื่อว่ากระบวนการใหญ่ที่ก่อเหตุบีอาร์เอ็นยังเกี่ยวข้องอยู่ ฉะนั้นถ้ากระบวนการใหญ่ลด มันก็น่าจะลดลงได้มาก โดยเราจะใช้หลักเกณฑ์ชี้วัดจากสถิติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ส่วนมาตรการเชิงรับในการรักษาความปลอดภัยเราทำเต็มที่ตามเดิม แต่หากเกิดเหตุการณ์เฉพาะหน้าขึ้นมามาตรการเชิงรุกที่จะใช้บรรเทาเราก็ต้องนำมาปฏิบัติการอย่างเข้มข้นต่อไป"
"พี่น้องประชาชน จะเป็นคนเฝ้ามองด้วยอยู่แล้วว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาจากฝ่ายไหน แน่นอนฝ่ายเราไม่เกิดแน่ เพราะตอนนี้ก็ได้มีการดึงประชาชนให้มาร่วมกันดู สังเกตการณ์และประนามผู้ที่ทำให้เกิดเหตุรุนแรง" เลขาธิการสมช. กล่าว
พล.ท.ภราดร กล่าวต่อว่า หากเกิดเหตุความรุนแรงขึ้น แรงกดดันนั้นจะไปตกอยู่ที่กลุ่มบีอาร์เอ็น เพราะเขายันยันมาที่เราว่า จะลดเหตุรุนแรง ทั้งนี้ไม่ได้เหมือนว่าเรากำลังเดินตามกลุ่มบีอาร์เอ็น เพราะเราก็มีมาตรการของเราอยู่ เมื่อถามว่าในช่วงเดือนรอมฎอนหากมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นถี่ เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีการยุติการพูดคุย พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เมื่อเจตนารมณ์มันดีอยู่แล้วคงไม่หยุด แต่ต้องมาพิสูจณ์ทราบร่วมกันให้ได้ว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นฝ่ายไหนพวกไหน เมื่อถามว่าเราจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าในเมื่อเราคุยกับบีอาร์เอ็นด้วยดี แต่หากลับหลังไปบอกให้ฝ่ายปฏิบัติการลงมือ เหมือนลักษณะปากว่าตาขยิบ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เราพิสูจณ์ทราบได้ ก็ไปสามารถพูดคุยได้ว่าทำไมจึงเกิดขึ้น ดังนั้นเขาต้องบอกว่า ถ้าเกิดจากพวกเขา นั้นมันคือกลุ่มใด และเขากับเราจะดำเนินการกลับกลุ่มนั้นอย่างไร
เมื่อถามว่าทางรัฐบาลได้ทำการพูดคุยมาสักพักแล้ว หากยังไม่ดีขึ้นไทยจะมีมาตรการที่เด็ดขาดในเชิงรุกอย่างไร พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เด็ดขาดแน่นอน หากการพูดคุยแสดงว่าเขาไม่สามารถสืบสภาพให้เราได้ เราก็ต้องมาหยิบยกไปพูดกับกลุ่มอื่นต่อไป
เมื่อถามถึงเงื่อนไขที่ระบุว่าจะไม่มีการใช้อาวุธ ในสถานที่ราชการต่างๆ รวมถึงงดการปิดล้อมตรวจค้น ตรงนี้จะทำให้แลกกับการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ต่างๆหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า กำลังปฏิบัติการของเรายังคงอยู่ตามเดิม เพียงแต่มาตรการเชิงรุกในการปิดล้อมตรวจค้นอย่างเข้มข้นจางลงเท่านั้น แต่มาตรการรักษาความปลอดภัยในเชิงตั้งรับในสถานที่ราชการ รวมถึงบุคคลที่เป็นเป้าหมายอ่อนแอยังเข้มข้นตามเดิม
เมื่อถามว่าฝ่ายความมั่นคงให้ความมั่นใจได้กี่เปอร์เซ็นต์ว่าบีอาร์เอ็นจะสามารถลดความรุนแรงให้ได้หลังออกแถลงการณ์ดังกล่าว พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ตอนนี้เราให้เกณฑ์ความมั่นใจสูงเกินครึ่ง แต่คงจะต้องเฝ้าดูจากเหตุการณ์จริงต่อไป ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะรมว.กลาโหม ก็รับทราบเรื่องนี้แล้ว แต่นายกฯยังย้ำว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ยังต้องทำเต็มที่ต่อไปไม่ประมาท





