"พุทธะอิสระ"หอบหลักฐานมอบดีเอสไอฟันเครือข่าย"เณรคำ" พร้อมคณะสงฆ์ผู้ใหญ่ ชี้รับของโจรปกปิดอาบัติ
หลวงปู่พุทธะอิสระ หรือ พระสุวิทย์ธีรธมฺโม เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้เข้าพบนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และพนักงานสอบสวนดีเอสไอเพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคล 2 กลุ่ม ในคดีเกี่ยวกับพฤติกรรมและการกระทำโดยมิชอบของพระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก กลุ่มแรกประกอบด้วย เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะตำบล ซึ่งอยู่ในที่ตั้งของที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรมในข้อหาบกพร่องต่อหน้าที่และละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ รับของโจรและสินทรัพย์อันมิชอบ ซึ่งถือเป็นความผิดทางโลก รวมทั้งความผิดทางธรรมวินัย คือ มีการปกปิดอาบัติชั่วหยาบ และละเมิดกฎอาญาพระสังฆาธิการ โดยเจ้าคณะฝ่ายปกครองยังไม่ยอมชี้โทษพระวิรพล ทั้งๆที่ประเด็นการอวดอุตตริมนุสธรรมข้อแรกก็สามารถให้ปราชิกได้แล้ว ส่วนกลุ่มที่สองคือ นายสนอง วรอุไรและพรรคพวกที่เป็นขบวนการปั้นอรหันต์หลอกลวงประชาชน เพื่อให้เกิดบรรทัดฐานทางกฎหมาย เพื่อเป็นการปกป้องไม่ให้เกิดปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคงทางพระพุทธศาสนาอีก
หลวงปู่พุทธอิสระ กล่าวอีกว่า ในระยะที่ผ่านมา 10 ปีเจ้าคณะปกครองฝ่ายต่างๆเดินทางเข้าออกที่พักสงฆ์วัดป่าขันติธรรมมาตลอด เหตุใดจึงไม่ทราบว่าสถานที่ที่อยู่ในความปกครองของตนเป็นสถานที่เถื่อนตั้งขึ้นมาไม่ถูกต้อง จึงอยากให้ทางดีเอสไอเข้าไปตรจสอบทรัพย์สินย้อนหลังที่พระวิรพลได้มา และนำไปติดสินบนคณะสงฆ์ฝ่ายต่างๆว่ามีจำนวนเท่าใดและขอให้ยึดทรัพย์ให้ตกเป็นของแผ่นดินหรือของสงฆ์เพื่อใช้ประโยชน์ในการบำรุงพุทธศาสนาต่อไป
"เมื่อนำหลักฐานมอบให้ดีเอสไอแล้ว อาตมาก็จะไปใช้สิทธิตามพระธรรมวินัยร้องเรียนต่อสมเด็จพระวันรัตน์ เจ้าคณะหนใหญ่ วัดบวรนิเวศวรมหาวิหาร ในฐานะที่ดูและพระในนิกายธรรมยุทธให้เข้าไปตรวจสอบการทำงานของเจ้าคณะสงฆ์ตั้งแต่ระดับภาค จังหวัด อำเภอและตำบลทั้งในจ.อุบลราชธานีและศรีสะเกษ ว่า เหตุใดการดำเนินการทางธรรมตามบทบัญญัติวินัยสงฆ์ต่อนายคำ จึงเกิดความล่าช้า หากไม่เร่งดำเนินการเร็วๆนี้ จะเกิดเหตุซ้ำกับวัดดังย่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม รวมถึงกรณีรถหรูในวัดดังย่านนครปฐม"เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย กล่าว
ด้านนายธาริตกล่าวว่า พระพุทธอิสระ นำหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนพฤติกรรมกระทำผิดของพระวิรพลมามอบให้ แต่เอกสารบางส่วนเป็นข้อมูลลับที่ไม่อาจเปิดเผยได้ ขณะนี้ตนเพิ่งรับเรื่องต้องขอตรวจสอบรายละเอียดเอกสารและหารือข้อเท็จจริงกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ยืนยันว่าจะดำเนินการด้วยความรอบคอบไม่ผลีผลาม เนื่องจากขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่า





