วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลิปเสียง!เรื่องร้อน ลามกองทัพ-รัฐบาล

ระหว่างบรรทัด "คลิปเสียง" เรื่องร้อนลาม"รัฐบาล-กองทัพ"

"คลิปเสียง" ปริศนา บทสนทนาทางโทรศัพท์ ระหว่างชายสองคน ที่คงไม่มีใครยอมรับว่าเสียงของตัวเอง

เนื้อหาสาระของการสนทนาหลักๆ ว่าด้วยเรื่องที่เกี่ยวโยงกับการเมือง เรื่องทหาร เรื่องสมคบคิดกัน พา"นาย"กลับบ้าน ที่เป็นเรื่อง "ประโยชน์ส่วนตัว" มากกว่าของชาติบ้านเมือง

สะท้อนให้เห็นว่า คนหนึ่งในบทสนทนา มีอำนาจบัญชาการทุกเรื่อง โดยเฉพาะการเมือง ขณะเดียวกันก็ยังหวาดระแวงกองทัพ จึงต้องการจัดระเบียบใหม่ เพื่อป้องกันการรัฐประหาร

ทำทุกอย่างให้คู่สนทนา พยายามเคลียร์ทั้งผู้นำกองทัพ และผู้ใหญ่ระดับ "ป๋า" ด้วยข้อเสนอ ขอเข้ามารับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง เพื่อเป็นหลักประกันให้วางใจได้ว่า เขาไม่คิดจะกลับมาแก้แค้น

ดังนั้น เป้าหมายใหญ่ ที่นับจากนี้ไปจะถูกจับตามองเป็นพิเศษ คือการจัดระเบียบกองทัพ โดยเฉพาะผู้นำเหล่าทัพต่างๆ ที่จะถึงวาระสับเปลี่ยนชุดใหม่ในปีหน้า 2557 ว่าทิศทางของผู้นำจะถูกกำหนด ให้เป็นไปตามแผน ในบทสนทนาของชายสองคนนี้หรือไม่

โดยเฉพาะบางช่วงบางตอนที่มีการกล่าวถึงการนำ ร่างพ.ร.บ. หลายฉบับที่เตรียมจ่อเข้าสภาทันทีที่เปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไปในวันที่ 1 สิงหาคม 2556 นี้ โดยเฉพาะ ร่างพ.ร.บ. เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ร่างพ.ร.บ.ปรองดอง และร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นต้น

ดูเหมือนการสนทนาจะพูดถึงกระบวนการการแก้ไขกฎหมายที่ผ่านสภาเรียบร้อยแล้ว จากนั้นนำเข้าสู่ที่ประชุมสภากลาโหม และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีออกเป็นพระราชการกำหนด ดังนั้นกฎหมายที่ผ่านกระบวนการพิจารณาสภากลาโหมและสภาความมั่นคงแห่งชาติส่วนใหญ่ออกเพื่อความมั่นคงของชาติ จากประโยคที่ชายคนหนึ่งระบุว่า "เราเสนอเป็น พ.ร.บ. ไม่มีใครรู้ แต่พอถึงสภาความมั่นคงฯ เพื่อความไม่วุ่นวายเสนอเป็น พ.ร.ก." ทำให้ร่างพ.ร.บ.2 ฉบับถูกจับตามองเป็นพิเศษคือ "ร่างพ.ร.บ.ปรองดอง และร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม"

จากบทสนทนาทำให้เกิดคำถามตามมาว่า การจะนำกฎหมายที่ออกเป็น "พระราชบัญญัติ" ซึ่งผ่านการพิจารณาของสภาแล้ว ไปออกเป็น "พระราชกำหนด" ที่ออกโดย "คณะรัฐมนตรี" ทำได้หรือไม่ และในอดีตเคยมีหรือไม่ เรื่องนี้จะกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตาจากสังคมอย่างใกล้ชิด

โดยก่อนหน้านี้ ผบ.ทบ.เคยให้สัมภาษณ์ว่า กองทัพมีกฎหมายคุ้มครองอยู่และวางโครงสร้างเอาไว้ไม่ให้เกิดการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองได้

ส่วนอีกเป้าหมายคือ การปูทางให้คนนอกประเทศกลับบ้าน โดยเฉพาะการสั่งให้อีกฝ่ายไปเคลียร์กับผู้ใหญ่ให้เข้าใจ และยอมไว้วางใจว่า เมื่อเขาได้กลับเข้ามาแล้ว จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการเมืองใดๆ

หลายวงกำลังเป็นห่วงว่า หากสถานการณ์เป็นไปอย่างที่ชายสองคนนี้กำหนด ก็แสดงให้เห็นถึงการเตรียมการทำอะไรหลายอย่าง ที่อาจทำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองและการเมืองขึ้นมาอีก

อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นว่า คนอยู่ต่างประเทศ เข้ามามีอิทธิพลบงการการบริหารงานของรัฐมนตรีในรัฐบาลอย่างใกล้ชิด แม้กระทั่งการโยกย้ายแต่งตั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพ หรือการออกกฎหมาย รวมทั้งความปรารถนาที่ยากจะเป็นไปได้

บางกระแสมองว่า ความพยายามที่จะเดินหน้าแผนกลับประเทศไทยโดยไม่ต้องรับผิดจากนี้ไป จะเป็นอย่างไร หลังจากที่ผ่านมาพยายามจะเสนอกฎหมายทั้งในสภาและนอกสภา แต่ก็ยังไม่คืบหน้า จึงอาจต้องเปลี่ยนแผนใหม่ผ่านทางตัวเล่นอีกราย

ขณะเดียวกับกองทัพเอง ก็ต้องตกเป็นจำเลยสังคม หากยืนยันกับประชาชนไม่ได้ว่า ไม่มีแผนนี้ และไม่มีใครในกองทัพรับลูกคนนอกประเทศเพื่อมาแทรกแซงและครอบงำกองทัพ เพราะแค่การปฏิเสธว่ากองทัพไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง และไม่ได้เป็นเครื่องมือของใครในกระบวนการนี้

วาระการเมือง ระหว่างบรรทัดของการสนทนาครั้งนี้ อาจกลายเป็นการจุดชนวนการต่อต้านระบอบทักษิณให้ฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะการเมืองนอกสภาฯ ที่ฝ่ายต่อต้านพยายามจุดกระแสและรวมตัวกันให้ติด ขณะที่การเมืองในสภาฯ ก็อาจจะกลับมาดุเดือดยิ่งขึ้น เมื่อบรรดาแกนนำฝ่ายค้าน ในประชาธิปัตย์ เริ่มขยับ

สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาฯพรรค ที่กบดานมานาน ถึงกับประกาศว่า... "ถ้ารัฐบาลนี้บังอาจออกพระราชกำหนดเพื่อประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศจะลุกฮือขึ้น ผมประกาศชัดเจนมาตั้งน่านแล้วว่าจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาบ้านเมืองของเรา ด้วยการต่อสู้ทั้งในและนอกสภา ส่วนเรื่องนี้จะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ต้องออกมาสู้นอกสภาหรือไม่นั้น ผมยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่รู้รายละเอียดในร่างจะเป็นอย่างไร”

กระแสจากเรื่องคลิปเสียงนี้ จะเป็นแรงกดดันต่อ นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ต้องพิสูจน์ให้ได้จากการกระทำว่า จะเดินไปตามเกมที่ชายสองคนกำหนดหรือไม่