ดีเอสไอพบสลิบโอนเงินส่งเสียลูกเมียเณรคำ พรุ่งนี้สรุปคดีอาญาส่งเจ้าคณะศรีสะเกษ-อุบลฯ สั่งปาราชิก
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีฉ้อโกงประชาชนของหลวงปู่เณรคำ หรือพระวิระพล ฉัตติโก เจ้าสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อสอบปากคำหญิงสาวที่ออกมาเปิดเผยตัวว่า สัมพันธ์ชู้สาวกับหลวงปู่เณรคำตั้งแต่อายุ 14 ปี จนกระทั่งมีบุตรด้วยกัน 1 คน ว่า หญิงสาวให้การกับดีเอสไอว่า เป็นลูกกำพร้าอาศัยอยู่กับยาย และรู้จักกับพระเณรคำในช่วงที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อายุเพียง 14 ปี ช่วงที่ตามยายไปทำบุญ
จากนั้นพระเณรคำพยายามเข้ามาจีบโดยยื่นข้อเสนอว่า หากยอมเป็นแฟนจะซื้อของมีค่าที่อยากได้ให้ เมื่อหลงเชื่อพระเณรคำจึงนัดให้ไปพบ โดยพระเณรคำสวมชุดฆราวาส ขับรถมารับ และไปมีความสัมพันธ์กันในกุฏิ จากนั้นได้มีสัมพันธ์กันเรื่อยมา โดยพระเณรคำจะมาหาเดือนละ 1 ครั้ง หลายครั้งที่ขับรถไปรับที่หน้าโรงเรียนเพื่อไปมีสัมพันธ์กัน และหลายครั้งที่มีสัมพันธ์กันในขณะที่พระเณรคำสวมใส่จีวร โดยส่วนใหญ่จะมีสัมพันธ์กันในรถยนต์ของพระ จะเข้าไปนอนในโรงแรมบ้างเป็นบางครั้ง เนื่องจากสมัยนั้นพระเณรคำยังไม่ดัง จึงมีทรัพย์สินไม่มากนัก
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าวอีกว่า หญิงสาวคนดังกล่าวให้การด้วยว่า เธอได้มีความสัมพันธ์ชู้สาวกับพระเณรคำเรื่อยมา จนกระทั่งตั้งครรภ์ พระเณรคำจึงพาไปเช่าบ้านอยู่ในอำเภอวารินซำราบ จังหวัดอุบลราชธานี จนคลอดบุตร โดยในช่วงดังกล่าวมียายเป็นพยานรู้เห็นเหตุการณ์ เนื่องจากพระเณรคำขอให้ยายย้ายมาพักอยู่ที่บ้านเช่าเพื่อช่วยเลี้ยงเหลน นอกจากนี้ ดีเอสไอจะเร่งสอบปากคำพยานอื่นๆ ที่รับรู้ถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งของพระเณรคำกับหญิงสาวรายนี้อีกประมาณ 7 ราย ซึ่งพยานกลุ่มนี้เป็นกำนัน เจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล
พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ กล่าวด้วยว่าได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหญิงสาว และจะนำตัวหญิงสาวไปชี้สถานที่ต่างๆ ที่เคยมีความสัมพันธ์กับพระเณรคำ เพื่อประกอบเป็นหลักฐานในสำนวนคดี โดยขณะนี้มีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการเสพเมถุนของพระค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะหลักฐานเป็นสลิปโอนเงินค่าเช่าบ้านและค่าเลี้ยงดูบุตรหลักหมื่นบาทมาให้กับหญิงสาวรายนี้ ดังนั้น ในวันพรุ่งนี้ (7 ก.ค) จนจะสรุปผลการสอบปากคำหญิงสาวรายนี้และหลักฐานอื่นๆ ส่งให้เจ้าคณะปกครองจังหวัดศรีสะเกษ และเจ้าคณะปกครองจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อใช้ความผิดทางอาญาไปพิจารณาดำเนินการกับปาราชิกพระเณรคำ
"ขณะนี้ดีเอสไอมีหลักฐานที่จะดำเนินคดีกับพระเณรคำ โดยจะเริ่มต้นจากการกระทำผิดกฎหมายอาญามาตรา 277 ชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี แม้หญิงจะให้ความยินยอมแต่ก็เป็นความผิด ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และสัปดาห์หน้าดีเอสไอจะร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจดีเอ็นเอบุตรชายของหญิงสาวที่มีสัมพันธ์กับพระเณรคำ เพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ลูก"พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าว





