ผู้สอบบัญชี บ.แคลิฟอร์เนีย ว้าว แจงผลสอบบัญชีไม่พบการโอนเงินไปต่างประเทศ
คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มีนายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา เป็นประธาน ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนของกลุ่มสมาชิกผู้ใช้บริการสถานออกกำลังกายแคลิฟอร์เนียฟิตเนส ของบริษัทแคลิฟอร์เนียว ว้าว เอ็กซ์พีเรียนท์ จำกัด (มหาชน) ได้รับความเดือดร้อน และความเสียหายจากกรณีที่บริษัทแคลิฟอร์เนียฯ ปิดให้บริการโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยได้เชิญนายขจรเกียรติ ไพโจรนกุล ผู้ตรวจสอบบัญชีจากบริษัทไพร้ช์ วอเตอร์ เฮาส์ คูเปอร์ จำกัด มาชี้แจง หลังจากที่สัปดาห์ก่อน ทาง ป.ป.ง. ให้ข้อมูลกับกรรมาธิการฯ ว่า บริษัทแคลิฟอร์เนีย มีพฤติกรรมไซฟ่อนเงินออกไปต่างประเทศ จำนวน 1,699 ล้านบาท ขณะที่ผู้สอบบัญชีของบริษัทไม่มีการรายงานผลตรวจสอบ
นายขจรเกียรติ ชี้แจงว่าเข้ามารับหน้าที่ตรวจสอบบัญชีบริษัทดังกล่าวในช่วงปี 2007-2010 โดยการตรวจสอบไม่พบการไซฟ่อนเงินหรือการโอนเงินออกไปต่างประเทศจำนวนมากอย่างที่ ป.ป.ง.ให้ข้อมูล ส่วนการตรวจสอบบัญชีที่ผ่านมาพบว่าบริษัทดังกล่าวมีการขาดทุนตั้งแต่ปี 2008 ทั้งนี้ยอมรับว่าบริษัทดังกล่าวมีการนำเงินออกไปต่างประเทศจริง แต่เป็นการใช้จ่ายเพื่อซื้ออุปกรณ์กีฬาที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ส่วนรายจ่ายอื่นๆ ที่ตรวจสอบไม่พบสาระสำคัญ เช่น การซื้อลิขสิทธิ์โยคะจากต่างประเทศ ในราคาปีละ 10 ล้านบาท, การจ้างที่ปรึกษาชาวต่างชาติในราคาเดือนละ 1ล้านบาท ส่วนการใช้จ่ายเงินของผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัทพบว่ามีการแยกบัญชีออกจากบัญชีของบริษัทอย่างชัดเจน
"ประธานบริษัทแคลิฟอร์เนีย เท่าที่ตรวจสอบพบว่ามีการประกอบธุรกิจส่วนตัว แต่เป็นเงินคนละกองกับบริษัทแคลิฟอร์เนีย ส่วนรายจ่ายของบริษัทพบว่ามีรายจ่ายที่สูงมาก เช่นการจ้างพรีเซนเตอร์, ซื้อพื้นที่โฆษณาขนาดใหญ่ซึ่งมีราคาเช่าแพง เป็นต้น ที่สำคัญช่วงที่บริษัทมีภาวะขาดทุนและสถานฟิตเนสถูกตัดน้ำ ตัดไฟจากผู้ที่ให้เช่า ถือเป็นเรื่องจริง และช่วงดังกล่าวทางผู้บริหารได้มีการลดเงินเดือนตนเอง และมีการจ่ายเงินเดือนให้ 4 เดือนต่อ 1 ครั้ง ส่วนพนักงานได้จ่ายเงินเดือน 2 เดือนต่อ 1 ครั้งเป็นต้น ซึ่งทางบัญชีถือว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพราะบริษัทประสบกับความขาดทุน" นายขจรเกียรติ กล่าว
ขณะที่พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหา ในฐานะกรรมาธิการฯ ตั้งข้อสังเกตว่า ภาวะขาดทุนดังกล่าวเป็นไปโดยเจตนาหรือเพื่ออำพราง เพราะการตรวจสอบของ ป.ป.ง.พบว่ามีการโอนเงินไปต่างประเทศเป็นจำนวนมาก หรืออาจจะเป็นการตกแต่งตัวเลขเพื่อปิดบังการตรวจสอบทางบัญชี เช่น มีรายได้เข้ามา 20 ล้านบาท ก็ตกแต่งตัวเลขเป็น 100 ล้านบาทเป็นต้น ทั้งนี้เข้าใจว่าขอบเขตของการตรวจสอบมีอย่างจำกัดทำให้ไม่สามารถตรวจสอบในประเด็นเหล่านี้ได้





