"กรณ์"โพสต์อัดรัฐบาลให้ยกเลิกเงินกู้3.5เเสนล้าน ยัดเยียดโครงการที่ไม่มีความพร้อม ไม่มีความเหมาะสม ไม่มีความโปร่งใส
ช่วงเย็นวันนี้นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ในเฟซบุ๊คใจความว่า "จบได้แล้ว...พรก.เงินกู้ 350,000 ล้าน
รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้พยายาม 'มัดมือชก' เรื่องพรก.กู้เงิน 350,000ล้านบาทมาแต่แรก ยัดเยียดโครงการที่ไม่มีความพร้อม ไม่มีความเหมาะสม ไม่มีความโปร่งใส ไม่มีความรอบคอบทางการคลัง และสุดท้าย ไม่มีส่วนร่วมโดยประชาชนตามกฎหมาย
วันนี้ชัดเจนแล้วว่าเดินหน้าต่อไปไม่ได้จนกว่าจะให้สิทธิประชาชนมีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญ และเป็นตัวพิสูจน์ชัดเจนว่าโครงการนี้ไม่เคยมีความ 'เร่งด่วน' ที่จะต้องใช้เงินถึงกับต้องหลีกเลี่ยงขั้นตอนรัฐสภาฯด้วยการออกพระราชกำหนด
วันนี้ศาลปกครองกลางสั่งว่ายังดำเนินการต่อไปไม่ได้จนกว่าจะผ่านขั้นตอนการฟังเสียงประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ส่วนการกู้เงินนั้นทำไม่ได้ เพราะจะขัดต่อระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการบริหารโครงการและการจ่ายใช้เงินกู้ฯ ซึ่งเป็นระเบียบที่ออกโดยรัฐบาลนี้เอง
ในข้อ ๑๕ ของระเบียบฯนี้ ระบุว่า:-
"ข้อ ๑๕ เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการแล้ว ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้
(๑) ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการส่งแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินกู้ต่อสํานักงบประมาณ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และจัดสรรวงเงินกู้ตามที่ได้รับอนุมัติ
(๒) ให้กระทรวงการคลังโดยสํานักงานบริหารหนี้สาธารณะพิจารณาจัดหาเงินกู้ให้แก่หน่วยงาน เจ้าของโครงการตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ โดยให้สํานักงบประมาณส่งข้อมูลตาม (๑) ให้แก่สํานักงาน บริหารหนี้สาธารณะเพื่อประกอบการพิจารณาจัดหาเงินกู้"
พูดง่ายๆก็คือกระทรวงคลังจะกู้ไม่ได้จนกว่าสำนักงบฯจะอนุมัติแผนการใช้เงินของโครงการต่างๆ ดังนั้นเมื่อศาลสั่งว่าโครงการยังอนุมัติไม่ได้ และจากวันนี้ไปไม่มีใครยืนยันได้ว่าโครงการจะผ่านขั้นตอนต่างๆได้หรือไม่ หรือจะต้องมีการปรับเปลี่ยนอย่างไร สำนักงบฯก็ไม่สามารถจะพิจารณาการใช้เงินได้ กระทรวงการคลังก็ 'จัดหาเงินกู้' ด้วยการกู้หรือลงนามในสัญญากู้ไม่ได้เช่นเดียวกัน
ที่สำคัญอำนาจการกู้ตามพรก.อัปยศนี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๐ มิถุนายนนี้ครับ พรุุ่งนี้จึงเป็นวันสุดท้ายที่กฎหมายยังมีผลบังคับใช้ต่อไปได้
สุดท้าย พรก.ที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ยืนยันมาโดยตลอดว่ามีความพร้อมดำเนินการทันทีก็พบจุดจบแค่นี้ ขอสิทธิกู้ 350,000 ล้าน ใช้ไปได้ไม่กี่พันล้านในเวลาหนึ่งปีครึ่ง
ส่วนโครงการต่างๆถ้าดีจริง เมื่อผ่านทุกขั้นตอนตามกฎหมาย ก็ยังเดินหน้าต่อไปได้ด้วยการใช้เงินในระบบงบประมาณปกติ ตามที่เราแนะนำไปแต่แรกและเสมอมา
ผมมั่นใจว่าต้องมีการพยายามกดดันข้าราชการกระทรวงคลังให้เดินหน้ากู้เงินก่อนกฎหมายหมดอายุ ใครจะลงนามอะไรก็คิดดูให้ดีนะครับ เพราะกฎหมายนี้จบแล้ว อย่าให้อนาคตผู้ลงนามต้องจบไปด้วย"





