รัฐบาลแจกคู่มือลดต้นทุนการปลูกข้าว หวังสื่อให้ประชาชนเข้าใจ "สุนิสา"ซัด"องอาจ"ทำร้ายชาวนา โจมตีข้าวไทย กินแล้วจะเป็นมะเร็ง
ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดพิมพ์คู่มือการลดต้นทุนการปลูกข้าว เพื่อประชาสัมพันธ์เนื้อหาแก่ประชาชน ทั้งนี้ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า เนื้อหาในหนังสือจะพูดถึง การบริหารจัดการปลูกข้าว 3 ส่วน คือ 1.การควบคุมต้นทุนของปุ๋ย 2. การควบคุมเมล็ดพันธุ์ข้าว และ 3.การใช้สารเคมี ซึ่งนักวิชาการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยืนยันว่า หากชาวนาปฏิบัติตามคำแนะนำในหนังสืออย่างเคร่งครัด อาจช่วยลดต้นทุนได้สูงสุดถึง 3,000 บาทต่อไร่ และขั้นต่ำประมาณ 1,500 บาท ต่อไร่
รองโฆษกประจำสำนักฯ กล่าวว่า ในเบื้องต้นกระทรวงเกษตรและ กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการจัดพิมพ์คู่มือดังกล่าว 20,000 เล่ม เพื่อแจกจ่ายให้ชาวนาทั่วประเทศ โดย นายยุคล จะประสานกับ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ เชิญ อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน หรือ อ.ก.ม. ซึ่งมีอยู่ประมาณ 75,000 คน ทั่วประเทศ มาร่วมประชุมเพื่อชี้แจงแนวทางการลดต้นทุนในการปลูกข้าว และ ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.) เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายยุคลได้มอบคู่มือดังกล่าวให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ดูเป็นตัวอย่างแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่า เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ นายกฯจึงได้ฝากให้สื่อทีวีและวิทยุ ต่าง ๆ ในเครือข่ายของรัฐ ช่วยเผยแพร่เนื้อหาของคู่มือลดต้นทุนการปลูกข้าวดังกล่าวด้วย เนื่องจากจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องชาวนา
ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่า กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ โจมตีว่า ข้าวไทยมีอันตราย กินแล้วอาจเป็นมะเร็งนั้น รัฐบาลขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ รัฐบาลขอชี้แจงว่า การรมสารในการป้องกันกำจัดแมลงและศัตรูพืชในโรงเก็บที่ไทยใช้อยู่มี 2 ชนิดคือ เมทิลโบรไมด์ (MB) และฟอสฟิน (PHOSFINE) ซึ่งเป็นสารที่ทุกประเทศทั่วโลกกำหนดให้ใช้ตามข้อกำหนดขององค์การค้าโลก (WTO) และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ(FAO) ต่อมาได้มีการลงนามในพิธีสารมอนทรีออลเพื่อลด เลิกเมทิลโบรไมด์ (MB) เนื่องจากจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดสภาวะเรือนกระจก (GREENHOUSE EFFECTS) ไม่ใช่ว่าจะก่อให้เกิดมะเร็ง อย่างที่ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ อ้างแต่อย่างใด
รองโฆษกประจำสำนักฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้ดำเนินการตามพิธีสารมอนทรีออลมาโดยตลอดและได้ลดปริมาณนำเข้าสารเมทิลด์โบรไมด์เหลือเพียง 27 ตัน ในปี 2556 (ม.ค.56 - มิ.ย. 56) ไม่ได้นำเข้าสูงถึง 65 เปอร์เซ็นต์ อย่างที่ นายองอาจ กล่าวหา และเมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลประชาธิปัตย์ จะเห็นได้ว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์นำเข้าสารดังกล่าวน้อยลงถึง 21 เท่า จากที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เคยนำเข้าสารดังกล่าวสูงถึง 567 ตัน ในปี 2553 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า นายองอาจให้ข้อมูลเท็จกับสังคมทั้งในเรื่องปริมาณการนำเข้าสารดังกล่าว และยังโกหกสังคมว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ละเมิดข้อพิธีสารมอนทรีออล ทั้ง ๆ ที่ ในความเป็นจริง รัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้ความร่วมมือและดำเนินการตามพิธีสารมอนทรีออลจนได้รับการยอมรับจากประเทศเยอรมนีที่เป็นประเทศหลักที่ลงนามตามพิธีสารนี้
จนกระทั่งเยอรมนีถึงกับเลือกให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการสนับสนุนนโยบายลดการใช้สารเมทิลโบรไมด์ในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน และได้จัดตั้งสำนักงานการลดเลิกการใช้ เมทิลโบรไมด์ (MB) ขึ้นที่ประเทศไทยด้วยซ้ำ แล้วอย่างนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะกล่าวหาว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ปฏิบัติตามพิธีสารมอนทรีออลได้อย่างไร
"การโกหกของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ ถือว่าเป็นการทำลายชื่อเสียงของประเทศไทยอย่างไม่น่าให้อภัยเลย คำพูดของ นายองอาจ ที่ว่ากินข้าวไทยแล้วอาจเป็นโรคมะเร็ง ถือเป็นการพูดเรื่อยเปื่อยที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคข้าว ทั้งภายในประเทศและในวงการข้าวโลก ขอถามว่าเหตุใด พรรคประชาธิปัตย์ จึงทำลายประเทศด้วยวิธีการนี้ ทราบหรือไม่ว่าการกระทำของพวกท่าน เป็นการทำร้ายชาวนาอย่างร้ายแรง ยิ่งกว่าการลดราคาจำข้าว อย่างที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหารัฐบาลเสียอีก หากไม่มีใครกล้าซื้อข้าวกิน เพราะกลัวเป็นมะเร็ง อย่างที่พรรคประชาธิปัตย์อ้าง แล้วชาวนาจะอยู่ได้อย่างไร แต่คนในพรรคประชาธิปัตย์อาจไม่เดือดร้อน เพราะเป็นพวกกินแต่สเต็ก และขอฝากถาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่า ใจคอจะเหยียบซากศพชาวนา เพื่อกลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้งใช่หรือไม่"ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าว
รองโฆษกประจำสำนักฯ กล่าวว่า รัฐบาลขอยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ข้าวของไทยมีคุณภาพ และจัดอยู่ในกลุ่มข้าวคุณภาพดี จึงสามารถจำหน่ายในราคาที่สูงกว่าข้าวจากอีกหลาย ๆ ประเทศได้ เนื่องจากเป็นข้าวเกรดสูง และรัฐบาลหวังว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเลิกให้ข้อมูลผิด ๆ กับประชาชน และขอให้หยุดทำลายชื่อเสียงของประเทศไทยและชาวนาไทย เพียงเพื่อหวังโค่นล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้แล้ว





