วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เฉลิม'ย้ำไม่เร่งปิดคดี'เอกยุทธ'

(Update)"เฉลิม"ย้ำไม่เร่งปิดคดี"เอกยุทธ" ยันไม่เหมือนคดี "ทนายสมชาย""พล.ต.อ.อดุลย์"ยันคดี"เอกยุทธ"ฆ่าชิงทรัพย์

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวยืนยัน คดีการเสียชีวิตของ นายเอกยุทธ อัญชัญบุตร นักธุรกิจการเงินและอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ว่าจากพยานหลักฐานประกอบคำรับสารภาพของผู้ต้องหาที่รวบรวมได้ ยืนยันว่าเป็นการฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ และมองว่าเป็นประเด็นอื่นยาก ส่วนแผนประทุษร้ายหรือพฤติกรรมการที่ก่อเหตุที่หลายฝ่ายมองว่าสรุปง่ายเกินไปนั้น ยืนยันว่าจากการสอบปากคำคนร้ายซึ่งเป็นคนภาคใต้ก็จะพูดตรงๆซึ่งสอดคล้องกับพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทำให้การพิจารณาคดีได้ไม่ยาก

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนยังไม่ปิดคดีกล่าว ซึ่งตนได้กำชับให้ทำสำนวนคดีอย่างรอบคอบและรัดกุมที่สุด ส่วนกรณีที่ญาติอาจติดใจคดีในคดีดังกล่าวนั้น ขณะนี้พนักงานสอบสวนก็กำลังดำเนินการอยู่

นครบาลประชุมคอนเฟอเรนซ์คดีฆ่า'เอกยุทธ'

พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมคณะทำงานสืบสวนสอบสวนนครบาลประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เร้นซ์ร่วมกับตำรวจภูธรภาค9และทีมสืบสวนสอบสวนกองปราบปรามติดตามความคืบหน้าการค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมคดีอุ้มฆ่านายเอกยุทธ อัญชัญบุตร โดยที่ประชุมคอนเฟอร์เรนซ์รายงานว่ายังไม่พบหลักฐานชิ้นสำคัญตามที่คนร้ายให้การไว้โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด และภาพกล้องวงจรปิดจากการตรวจสอบพื้นที่ จ.พัทลุง ซึ่งแบ่งทีมสืบสวนลงพื้นที่ค้นหาต่อไปขณะที่กองปราบได้รายงาน การตรวจสอบภูมิหลังของผู้ก่อเหตุ และ นายเอกยุทธ รวบรวมวิเคราะห์หาพฤติกรรมการก่อเหตุ ว่ามีเหตุจูงใจอื่นอีกหรือไม่ นอกจากเหตุประสงค์ต่อทรัพย์ และเรื่องส่วนตัว ตามที่ตั้งประเด็นไว้ทีแรกซึ่งยังไม่พบมูลเหตุจูงใจอย่างอื่นนอกจากประสงค์่ต่อทรัพย์และความแค้นส่วนตัว

รองผบช.น.กล่าวว่า ยังไม่มีการสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติมหลังจากนำส่งศาลฝากขังที่เรือนจำกรุงเทพต้องรอพยานหลักฐาน เบาะแสเพิ่มเติม จากการแบ่งงานลงพื้นที่ก่อน

"สุวัตร"ยอมยุติหากญาติขอจบไม่สางต่อคดีฆ่า

นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความนายเอกยุทธ อัญชันบุตร กล่าวว่า ขณะนี้กำลังพูดคุยกับครอบครัวของนายเอกยุทธ ถึงข้อสรุปว่า จะให้เดินหน้าทำคดีนี้หรือไม่ เพราะในส่วนพี่สาว น้องสาว และภรรยาของนายเอกยุทธ ยังคงรู้สึกหวาดกลัว จึงไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก ขณะที่พี่ชาย และลูกชาย ยังมีข้อสงสัยหลายประการ อยากให้คลี่คลาย และไม่เชื่อว่านายเอกยุทธ ถูกฆ่าเพราะประสงค์ต่อทรัพย์ คาดว่าวันพรุ่งนี้(18 มิ.ย.) จะได้ความชัดเจน แต่หากญาติลงมติให้คดีจบเพียงเท่านี้ ก็พร้อมยุติการทำหน้าที่ หรือหากจะให้ดำเนินการต่อก็พร้อมเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ จะทำหนังสือส่งไปให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สืบสวนขยายผลในประเด็นที่ยังสงสัย คือคนร้ายที่ก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯ มี 2 คนจริงหรือไม่ ให้เร่งติดตามโทรศัพท์ของนายสันติภาพ เพ็งด้วง อีกเครื่องที่ยังหาไม่พบ ซึ่งใช้ติดต่อกับบุคคลที่ 3 ที่เชื่อว่าเป็นคนสั่งการอยู่เบื้องหลัง เร่งติดตามเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดในบ้านนายเอกยุทธ รวมถึงทรัพย์สินที่สูญหายไป ทั้งนาฬิกา สร้อยทองคำ และพระสมเด็จถูกนำไปขายที่ไหน และขอให้ติดตามกลับคืนมา และขอให้ติดตามเสื้อผ้าของนายเอกยุทธ เพราะว่าพยานหลักฐานดังกล่าวจะเป็นเบาะแสสำคัญในการคลี่คลายข้อสงสัยต่อไป

'เฉลิม'ย้ำไม่เร่งปิดคดี'เอกยุทธ'

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าคดีอุ้มฆ่า นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง ว่า เรื่องนี้ทำไมตนจึงต้องเชิญ พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรม นายอภิสิทธิ์ เวชาชาชีวะ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายของนายเอกยุทธ และทนายของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธปิไตย (พธม.) มาให้ร่วมปากคำ เพราะมีการให้สัมภาษณ์ว่าข้อเท็จจริงนั้นไม่เป็นไปตามที่ตำรวจพูด ตนจึงเปิดโอกาสให้มาให้ถ้อยคำ ซึ่งมีสื่อไปตีว่าไปข่มขู่ จะไปข่มขู่ได้ยังไงไม่มีหรอก เมื่อพวกคุณมีหลักฐานมากกว่าที่ตำรวจมีก็ต้องปรับปรุงสอบสวนใหม่ และตนจะให้ทางผบ.ตร ไปแถลงใหญ่อีกครั้งเชิญนักข่าวเยอะๆ อธิบายในแต่ละเรื่องให้คนเข้าใจ

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ขอย้ำ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ นายสุวัตร นายอภิสิทธิ์ ว่าอย่าได้เกรงใจใคร ถ้ามีหลักฐานที่ควรจะบอกตำรวจตนพร้อมรับฟัง ไม่คุกคาม ซึ่งถ้าตนยังอยู่ตรงนี้ต้องมีความจริงจะปกปิดทำไม ซึ่งจะยังไม่มีการปิดคดี

เมื่อถามว่าพญ.คุณหญิงพรทิพย์ ระบุว่าคดีนี้คล้ายกับคดีของนายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม ร.ต.อ.เฉลิม มันจะไปเหมือนได้อย่างไร นี่เขาเจอศพ ตนเขียนสำนวนมา 11 ปี จับโจรมาตั้งแต่เด็ก พวกนี้เคยเขียนเหรอ ทั้งนี้คดีนี้พฤติกรรมคล้ายกับคดีเมื่อ 20 ปีที่แล้ว สมัยที่พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้รับผิดชอบคดีฆาตกรรมดร.อมร มหพัฒนางกูร ผู้ปกครองศาลเจ้าพ่อเสือ โดยคนร้ายคือส.ต.ท.ไพร็อท ภูกาบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ที่ทำหน้าที่อารักขาดร.อมรเป็นผู้ก่อเหตุเสียเอง เพราะเห็นแต่ละวันมีเงินหนึ่งล้านบาทบ้าง สองล้านบาทบ้าง ก่อนจะพาไปที่จ.กาฬสินธ์ ซึ่งพฤติกรรมเดียวกับนายเอกยุทธ

เมื่อถามว่าคดีนี้จะเกี่ยวข้องกับการที่นายเอกยุทธ ออกมาแฉพ.ต.ท.ทักษิณ ในหลายๆครั้งก่อนหน้าหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน ส่วนหลักฐานอย่างเช่นเอกสาร หรือฮาร์ดดิสที่หายไปต้องตามต่อ ไม่ปิด และต้องชี้แจงให้เข้าใจ

สื่อถามว่าได้มีโอกาสคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ในเรื่องนี้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรียนตามตรง ที่ตนบอกว่าเป็นขี้ข้านั้นตนพูดสนุกกะท่าน ตนคบแบบเพื่อนรัก ในประเทศไทยคนที่เป็นตำรวจไม่มีใครกินข้าวกับพ.ต.ท.ทักษิณ มากกว่าตน ทั้งนี้ตนไม่อยากพูด เดี๋ยวว่าคุย เพราะมีพวกเสนอหน้าเยอะแต่ตนไม่เคย และไม่เคยโทรหา ท่านก็ไม่เคยโทร ก็ทำงานในหน้าที่ ซึ่งเมื่อครั้งที่ตนลงปาร์ตี้ลิสต์หมายเลข3 ให้เป็นรองนากยกฯ คุมตำรวจ ท่านก็ไม่บอก นี่จะปรับออกก็ยังไม่บอก