กกต. สรุปผลเลือกตั้ง ส.ส.ดอนเมือง "แทนคุณ" ชนะ ปชช.ใช้สิทธิ์ 61.18% ประกาศผลทางการใน 7 วัน ด้านประชาธิปัตย์ขึ้นรถแห่ขอบคุณ
นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวสรุปผลการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. กรุงเทพมหนาคร เขตดอนเมือง ที่มีขึ้น เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมาว่า การดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ดังกล่าว เป็นไปได้ด้วยดี มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ออกมาใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก คิดเป็น 61.18% ของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจากจำนวน 108,495 คน โดยออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง จำนวน 66,373 คน และมีบัตรเสียน้อยที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพียงแค่ 657 บัตรเท่านั้น คิดเป็น 0.99% จากจำนวนบัตรดี บัตรดี 64,455 บัตร คิดเป็น 97.11% ซึ่ง นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยคะแนนเสียง จำนวน 32,710 คะแนน
โดย นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ยังไม่พบเรื่องร้องเรียน ทั้ง ๆ ที่มีการคาดการณ์ไว้ว่า เป็นการแข่งขันที่น่าจะมีความเข้มข้นเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามตามกฎหมายแล้วหากไม่มีปัญหาร้องเรียนก็จะสามารถประกาศรับรองผลการเลือกตั้งได้ ภายใน 7 วัน
"อภิสิทธิ์" ควง "แทนคุณ" แห่ขอบคุณชาวดอนเมือง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธานส.ส.กทม.และนายกษิต ภิรมย์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมขึ้นรถขบวนแห่ขอบคุณชาวดอนเมืองกับนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ผู้สมัครส.ส.เขตดอนเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ดอนเมือง โดยเริ่มต้นตั้งแต่บริเวณวัดดอนเมือง ถนนสรงประภา ซึ่งนายแทนคุณ ได้ขึ้นรถปราศรัยกล่าวขอบคุณประชาชนที่สัญจรไปมาในบริเวณดังกล่าว โดยได้รับการตอบรับจากประชาชนที่ผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก มีทั้งโบกมือ ชูกำปั้น และยกนิ้วหัวแม่มือ เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับชัยชนะของพรรคประชาธิปัตย์ในรอบ 37 ปี จากนั้นทั้งหมดได้เคลื่อนขบวนแห่รอบพื้นที่ดอนเมือง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า ขอขอบคุณชาวดอนเมืองที่ให้โอกาสนายแทนคุณ และพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้รับโอกาสนี้มาเกือบ 40 ปีแล้ว จึงเป็นความตั้งใจที่จะเดินหน้าทำงานหนัก โดยปัจจัยคุณสมบัติส่วนตัวของนายแทนคุณที่ไม่ทิ้งพื้นที่ทำให้ประชาชนให้โอกาส ซึ่งตนย้ำจุดนี้กับผู้สมัครในทุกพื้นที่ทั้งภาคเหนือและอีสาน หากทุ่มเททำงานอย่างจริงจัง ประชาชนจะให้โอกาส และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะประชาชนอยากบอกรัฐบาลว่าต้องการให้ปรับปรุงการทำงาน เอาใจใส่ในการแก้ปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง เช่นเรื่องปากท้อง และความกังวลในปัญหาน้ำที่ท่วมที่ยังมีอยู่มาก ไปจนถึงความห่วงใยต่ออนาคต เนื่องจากขณะนี้มีข่าวเกี่ยวกับการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว การกู้เงินเพิ่มอีก 2 ล้านล้านบาท และยังมีความขัดแย้งที่มาพร้อมกับกระบวนการการออกกฎหมายนิรโทษกรรม จึงหวังว่ารัฐบาลจะฟังเสียงประชาชน และกลับไปทบทวนว่าจะปรับปรุงแนวทางการทำงานอย่างไร โดยพวกตนจะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน





