วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยะลาลดเหตุความรุนแรงช่วงเดือนรอมฎอน

แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น โคออดิเนท เตรียมประสานงานกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ ลดการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ช่วงเดือนรอมฎอน

หลังจากที่ พลโทภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมคณะพูดคุยเพื่อสันติภาพฝ่ายไทย 9 คน เดินทางไปพบปะพูดคุยกับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น โคออดิเนท ที่มีนายฮัซซัน ตอยิบ นำคณะตัวแทนฝ่ายบีอาร์เอ็น 7 คน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ของการพูดคุยเพื่อสันติภาพ ภายหลังการลงนามพูดคุยเพื่อสันติภาพร่วมกันเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา

ผลจากการพูดคุยเพื่อสันติภาพในครั้งนี้ ได้รับการเปิดเผยจาก พลโทภราดร พัฒนถาบุตร เลขา สมช.ว่า ในวงพูดคุย ได้เห็นพ้องต้องกันว่า ในช่วงเดือนถือศีลอดของชาวมุสลิม หรือเดือนรอมฎอน ที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงวันที่ 10 หรือ 11 กรกฎาคม 2556 นี้ เป็นเวลา 1 เดือน นายฮัซซัน ตอยิบ แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น โคออดิเนท จะประสานงานให้กลุ่มก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลดการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ช่วงเดือนรอมฎอน โดยมีเงื่อนไขว่าฝ่ายรัฐไทยก็จะต้องลดการปฎิบัติการปิดล้อมตรวจค้น หรือดำเนินการใดใดกับกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในช่วงเวลาดังกล่าวเช่นกัน

จากการวิเคราะห์กรณีดังกล่าวของ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตรภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะพูดคุยเพื่อสันติภาพ ระบุว่า ถือเป็นก้าวแรกของข้อตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่ายที่สามารถทำได้ร่วมกัน ในประเด็นของลดเหตุความรุนแรง โดยจะมีความชัดเจนของการปฎิบัติทั้งสองฝ่ายว่า ในช่วงเดือนรอมฎอน จะลดการปฎิบัติการอย่างไร ออกมาอีกครั้งก่อนถึงเดือนรอมฎอน ซึ่งก็จะทราบว่าแนวทางการปฎิบัติของทั้งสองฝ่ายนั้นจะเป็นอย่างไร

"ประเด็นของความกังวลว่าจะเป็นการเพิ่มอำนาจการต่อรองให้กับกลุ่มบีอาร์เอ็น หากสามารถหยุดการปฎิบัติการได้จริงในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ตนมองว่า คงจะไม่มีผลขนาดนั้น เพราะการพูดคุยเพื่อลดการปฎิบัติการในครั้งนี้ เป็นการลดการปฎิบัติของทั้งสองฝ่าย ประเด็นการลดความรุนแรงนี้ ถือเป็นสะพานที่จะข้ามเข้ามาหากัน เป็นการแสดงถึงความจริงใจของทั้งสองฝ่าย ที่จะร่วมกันแก้ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น ซึ่งหากสามารถทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นได้ร่วมกัน ในการพูดคุยครั้งต่อไป ก็จะมีการพูดคุยในเรื่องอื่น ที่เจาะลึกลงไปอีกได้ รวมทั้งโร้ดแม๊ฟเพื่อสันติภาพ ที่จะนำไปพูดคุยเพื่อเดินหน้าพูดคุยกันต่อไป" ผศ.ดร.ศรีสมภพ กล่าว

ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ฯ ยังวิเคราะห์ต่อไปว่า สำหรับเหตุรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอน ปีนี้ ตนเองก็เชื่อว่าจะยังคงจะมี แต่จำนวนจะลดลงอย่างแน่นอน ซึ่งเมื่อนำสถิติของ 2-3 ปี ย้อนหลังกลับไป หากในเดือนรอมฎอน ปีนี้ สถิติลดลง 50 เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

มีข้อมูลจาก ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (Deepsouthwatch /DSW) ระบุว่าในช่วงเดือนถือศีลอด (เดือนรอมฎอน) เมื่อปี 2554 เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบจำนวน 90 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 53 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 75 ราย และเมื่อเทียบกับช่วงเดือนรอมฎอน ปี 2555 เกิดเหตุความไม่สงบจำนวน 99 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 52 ราย และได้รับบาดเจ็บ 98 ราย ซึ่งพบว่าสถิติสถานการณ์ในช่วงเดือนรอมฎอน ของปี 2555 มีเหตุการณ์ ผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บ เพิ่มขึ้นจากสถิติของปี 2554

ส่วนความคิดเห็นของ นายนิมุ มะกาเจ ผู้นำศาสนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ บอกว่า ต้องขอบคุณ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช.และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต.ที่สืบหาข้อมูลฟังความเห็นจากพื้นที่หลากหลายมีการจัดเสวนาตามจุดต่างๆจะเป็นผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น นักศึกษา องค์กรหลายองค์กรทั้งพุทธ มุสลิม ในการนำข้อมูลของการเจรจาครั้งที่แล้วมานำมาวิเคราะห์ประเด็นสำคัญ 5 ประการ ที่ขบวนการบีอาร์เอ็น ยืนยันว่าให้เดินตามข้อเรียกร้องเดิม ผลปรากฏว่าคนในพื้นที่ส่วนใหญ่เห็นด้วย ในบางประการ และไม่เห็นด้วยในบางประการแต่ที่เห็นด้วย 60 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นไป สิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชมในการเจรจาครั้งนี้คือการลดความรุนแรงในช่วงเดือนรอมฏอนซึ่งเป็นการตรวจสอบได้ว่า ทางขบวนการบีอาร์เอ็นมีอำนาจสั่งการมากน้อยเพียงใด เนื่องจากเดือนรอมฏอนนั้นเป็นกิจกรรมที่ชาวมุสลิมทั่วโลกปฏิบัติกัน