เลขาฯปปง.เผยกรรมการธุรกรรมฯมีมติไม่ขึ้นบัญชีบุคคลถูกกำหนด 9 ราย เหตุไม่พบความผิด-เสียชีวิต-ติดคุก
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการปปง. แถลงว่า จากกรณีภาคประชาสังคมมีความเป็นห่วงว่า การใช้พ.ร.บ.ป้องกันการสนับสนุนการก่อการร้าย ซึ่งมีการกำหนดรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดอาจส่งผลให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับผลกระทบ หรือผู้ถูกขึ้นบัญชีอาจไม่ใช่บุคคลที่สนับสนุนการเงินกับกลุ่มก่อการร้าย โดยเกรงว่ากฎหมายที่ออกมาจะส่งผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพนั้น ปปง.ขอชี้แจงว่า กฎหมายดังกล่าวออกตามข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและตามข้อแนะนำของแฟท เอฟ ซึ่งการกำหนดรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนด(designated person)เป็นการพิจารณาข้อมูลพยานหลักฐานจากพฤติการณ์ที่กี่ยวข้องหรือไม่ และผลจากการถูกกำหนดฯจะทำให้ห้ามมีการทำธุรกรรมกับบุคคลที่ถูกกำหนดทันที หากฝ่าฝืนมีโทษอาญา โดยบุคคลที่ถูกกำหนดตามพรบ.ดังกล่าวมี 2 ประเภท คือ บุคคลที่รมว.ยธ.มีคำสั่งประกาศให้รายชื่อเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดตาม UN Sanction list และบุคคลที่ศาลได้มีคำสั่งพิจารณาและมีคำสั่งให้เป็นบุคคลที่ถูกกำหนด Thailand Sanction list
“ที่ผ่านมาปปง.ประกาศรายชื่อไปแล้ว 7 ราย อยู่ระหว่างเสนออีก 9 รายชื่อ แต่จำนวนนี้คณะกรรมการธุรกรรมทางการเงินได้สั่งยุติไป 1 รายเพราะพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่พบความผิด ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินคดีและเสียชีวิตจากการต่อสู้ขัดขืนการจับกุมของเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างไรก็ตามในจำนวน 4,000 รายชื่อที่ถูกขึ้นบัญชีไว้ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดว่าเป็นผู้ก่อการร้าย แต่เป็นเพียงรายชื่อของบุคคลที่ถูกออกหมายจับในคดีอาญาเกี่ยวกับการก่อการร้าย นอกจากนี้กฎหมายดังกล่าวก็ให้สิทธิกับผู้ที่ถูกกำหนดรายชื่อและผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถยื่นคำร้องต่อศาลขอเพิกถอนการกำหนดรายชื่อและเพิกถอนการอายัดทรัพย์ได้”พ.ต.อ.สีหนาท กล่าว
ทั้งนี้ประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามกฎหมายดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพ และไม่ได้ตอกย้ำให้เกิดปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้และยังเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงไม่ให้มีเงินมาสนับสนุนการก่อการร้าย และหากไม่ปฎิบัติการกฎหมายอย่างเคร่งครัดประเทศไทยจะกลับไปถูกขึ้นบัญชีอีกครั้ง ซึ่งการติดแบล็คลิสต์เป็นเรื่องง่ายแต่กว่าจะถูกถอนบัญชีรายชื่อเป็นประเทศกลุ่มเสี่ยงนั้นทำได้ยากกว่า





