คณะกรรมาธิการ พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 เปิดให้สมาชิกรัฐสภายื่นสงวนแปรญัตติวันแรก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 มีซึ่งนายกฤช อาทิตย์แก้ว ส.ว.กำแพงเพชร เป็นประธาน กมธ. ซึ่งวันนี้เป็นวันแรก เปิดให้สมาชิกรัฐสภาผู้สงวนคำแปรญัตติ ซึ่งมีทั้งสิ้น 178 คน 173 คำแปรญัตติมาชี้แจงต่อที่ประชุม กมธ. ระหว่างวันที่ 29 - 31 พ.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ได้มีการประชุมสภาฯ ซึ่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณร่างจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 ซึ่ง ส.ส.ส่วนใหญ่มีภารกิจติดประชุมสภาเพื่อพิจารณางบประมาณฯ ทำให้สมาชิกรัฐสภาที่ลงชื่อขอเป็นผู้สงวนคำแปรญัตติ มีทั้งสิ้น 178 คน โดย ส่วนใหญ่ได้ส่งตัวแทนมาชี้แจงต่อที่ประชุม กมธ.หรือ ส.ส.บางคนก็ได้ทยอยเดินทางมาชี้แจงด้วยตนเอง อาทิ นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้มอบหมายให้นายอภิชาติ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นตัวแทนกล่าวต่อที่ประชุม ระบุว่า เนื่องจากในประชุม กมธ. ยังมีความเห็นไม่ตรงกันในมาตรา 3 จะขอสงวนคำแปลไว้ในการอภิปรายในสภา
ด้านคุณหญิงกัลยา โสภณพาณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้มอบหมายให้ ดร.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กรุงเทพมหานคร เป็นตัวแทนชี้แจงต่อที่ประชุม ยืนยันว่า เห็นด้วยกับ ร่างเดิมมาตรา 190 ฉบับแก้ไข ปี 2554 ที่มีข้อดีมากกว่าข้อเสีย เพียงแต่รัฐบาล ยังไม่ได้ออกกฎหมายที่แสดงขั้นตอนการพิจารณาหนังสือสัญญา และระบุประเภทหนังสือสัญญาให้ชัดเจน โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วม สำหรับการจัดทำเอฟทีเอในสมัยแรกๆ ตนเป็นคนหนึ่งที่เห็นด้วยว่า ต้องนำหนังสือสัญญาประเภทการเจรจาเอฟทีเอ ต้องนำผ่านสภาผู้แทนก่อนจะไปลงนาม โดยการเจรจาก็มุ่งใหประชาชนได้มากกว่าเสียประโยชน์ หรือหากเสีย ประชาชนก็ต้องได้รับการเยียวยา ในมาตรา 3 ของวรรคห้า ที่ต้องมีการออกกหมาย และรัฐสภาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 140 วัน
ขณะที่นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย ได้เข้าชี้แจงต่อที่ประชุม กมธ. ขอสงวนคำแปรญัตติ ระบุว่า ขอเสนอให้แก้ไข มาตรา 190 วรรคสี่ ตามที่มีปัญหาในวรรคที่สอง ขอตัดและแก้ไขเพิ่มเตม โดยขอให้อัยการสูงสุดมีอำนาจเข้าตรวจสอบ ทั้งนี้ก็เพื่อแบ่งเบาภาระให้กับศาลรัฐธรรมนูญ และจะขอจะขอสงวนคำแปลไว้อภิปรายสภา ในประเด็นดังกล่าว





