ผบ.ตร.ประชุมคลี่คลายคดีระเบิดหน้าราม พุ่งปมความขัดแย้งแผงค้า ไม่โยงภาคใต้เหตุการประกอบระเบิดต่างกัน ส่งตร.เอ็กซเรพื้นที่เสี่ยงทั่วกรุง
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดที่หน้าปากซอยรามคำแหง 43/1 เมื่อค่ำวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร.พล.ต.ท.คำรณวิทย์ธูปกระจ่าง ผบช.น.หน่วยเก็บกู้วัตุระเบิดหรืออีโอดี ตำรวจสันติบาล กองพิสูจน์หลักฐาน กองปราบปรามและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาการประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ภายหลังจากผบ.ตร.เข้ารับนโยบายกับนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เนื่องจากเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อมาสรุปว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดมาจากสาเหตุอะไรบ้าง โดยได้สั่งการให้เร่งรัดสืบสวนคดีดังกล่าว แต่ขอยืนยันว่าอุปกรณ์ทำระเบิด และลักษณะของระเบิดทั้งหมดที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ ไม่เหมือนกับระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งตัวระเบิดพบว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่องประกอบจากดินดำธรรมดา ที่อานุภาพไม่รุนแรง โดยเชื่อว่าผู้ก่อเหตุครั้งนี้ไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียส่วนสาเหตุเกิดจากอะไรนั้น จะต้องเป็นการบ้านที่ทาง บช.น.ต้องดำเนินการ เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจและไม่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้เน้นหนักสาเหตุการก่อเหตุไว้ 2 ประเด็น คือ 1.ขัดผลประโยชน์การค้าขาย 2.สร้างสถานการณ์ แต่ก็ยังไม่สามารถตัดประเด็นเกี่ยวกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และประเด็นปลีกย่อยอื่นๆ ทิ้งไป เรายังไม่ฟันธงประเด็นใดประเด็นหนึ่ง แต่ยังต้องดูทุกจุดเหมือนเดิม โดยเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบว่า พื้นที่หน้ารามฯ มีกลุ่มที่มีอิทธิพลกลุ่มใดบ้าง ใครบ้างที่ได้รับประโยชน์ และมีผู้ต้องหาอยู่ในกลุ่มนั้นหรือไม่
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีพบบัตรประจำตัวของข้าราชการครูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ประชุมไม่ได้มีการหารือในเรื่องดังกล่าวเลย ทั้งนี้ในการวางกำลังครั้งต่อไป ทาง บช.น.จะเพิ่มระดับความเข้มข้นมากกว่านี้ โดยจะเห็นว่าในช่วงระยะเวลาวางระเบิดช่วง18.00น. และระเบิดในเวลา 20.39 น.ซึ่งเป็นช่วงหัวค่ำ ซึ่งตรงนี้ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่เกิดความบกพร่องอย่างชัดเจน เราก็รับข้อผิดพลาดไปแก้ไข ซึ่งจุดเสี่ยงทุกจุด ทาง บช.น.ได้จัดเจ้าหน้าที่ลงเฝ้าอย่างเข้มข้น ทั้งแหล่งชุมชน รวมหน่วยงานราชการทั้งทำเนียบ รัฐสภา หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สุนัขตำรวจตรวจค้นพื้นที่ ขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือและอย่าเพิ่งรำคาญ
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบความคืบหน้าหรือไม่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบกล้องวงจรปิดอยู่ ทั้งของประชาชนและกล้องวงจรปิดของธนาคารกรุงเทพ ซึ่งทาง ผบ.ตร.สั่งให้รายงานความคืบหน้าทุกระยะ





