ทำไมต้องเป็น 'แซม ยุรนันท์'

ทำไมต้องเป็น 'แซม ยุรนันท์'

พรรคมองไปที่"ยุรนันท์ ภมรมนตรี"ที่วันนี้เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อสนิทสนมทั้ง"คุณหญิงสุดารัตน์" "การุณ"และ"พานทองแท้"

โทษเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งที่"การุณ โหสกุล" ได้รับจากศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งถือเป็น"ใบแดง"ที่ค่อนข้างใหญ่ เนื่องจากเขตดอนเมืองถูกจับตาจากหลายฝ่าย

นอกเหนือจากความเป็นเขตเลือกตั้งที่ค่อนข้างใหญ่แล้ว ยังเป็นเขตที่มีความขัดกันในตัวเองหลากหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่แข่งทางการเมืองสนามใหญ่ในเมื่อการเลือกตั้งปี 2554 ซึ่งมุมแดงของพรรคเพื่อไทย มีเจ้าของพื้นที่คือ "การุณ" ซึ่งภาพลักษณ์ของเขานั้นเป็นแบดบอย ก่อเรื่องราวฉาวโฉ่มานักต่อนัก ไม่ว่าจะเป็นคดีทำร้ายร่างกายอดีตภรรยา ถีบอดีต ส.ส.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ในรัฐสภา ไม่รวมถึงข้อกล่าวหาที่เกี่ยวพันกับธุรกิจสีเทาในพื้นที่่จนหลายคนเรียกเขาว่า "เจ้าพ่อดอนเมือง" และมีทั้งพระเดชพระคุณในพื้นที่

ส่วนฝ่ายมุมฟ้า ค่ายประชาธิปัตย์ ส่ง "แทนคุณ จิตต์อิสระ" หรือ "อี้" อดีตดาราซึ่งก่อนหน้านี้มีชื่อว่า "เอกชัย บูรณผาณิต" แต่ต่อมาประสบปัญหาชีวิตและมุ่งด้านธรรมะจนเปลี่ยนชื่อเป็น "แทนคุณ" ลงสมัครรับแข่งขัน "อี้" มีภาพลักษณ์ที่ต่างจาก "การุณ" โดยสิ้นเชิงไม่ว่าจะเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ มีความเรียบร้อย ทุ่มเททำงานในพื้นที่

ครั้งนั้น "แทนคุณ" พ่าย ไปกว่า 7,000 คะแนน แต่สุดท้ายเขาก็กระชาก "การุณ" ลงจากบัลลังก์อย่างเจ็บแสบด้วยการร้องเรียนเรื่องการปราศรัยใส่ร้าย จนทำให้ศาลชักใบแดงและอย่างน้อยเส้นทางการเมืองของ "การุณ" ก็ดับวูบลง 5 ปี
ซ้ำที่ผ่านมาแม้จบเลือกตั้งใหญ่ การต่อสู้ยังคงดุเดือดสองฝั่งแข่งกันทำพื้นที่และดูเหมือนว่า "แทนคุณ"จะได้ใจชาวดอนเมืองจากครั้ง "น้ำท่วม" ไปโข และจู่ๆก็มีข่าวหัวคะแนนมือขวาของ "แทนคุณ" ถูกยิงดับอนาถกลางตลาด ซึ่งฟากฝั่งหนึ่งปักใจเชื่อว่าเป็นเรื่องการเมือง

และล่าสุดที่ทำให้อุณหภูมิการเมืองในเขตนี้ร้อนฉ่า ก็จากการที่สองคู่กรณีไปปะทะคารม หวิดๆจะเกิดเรื่องราวใหญ่โต กันในงานโครงการ SML ในพื้นที่ จนเป็นที่มาของคลิปที่นำมาแฉกันชนิดมองมุมใครมุมมัน "การุณ" ไม่มีอะไรเสียมากนักเพราะภาพลักษณ์ก็เป็นอย่างนี้แต่ไหนแต่ไร และเพิ่งถูกศาลตัดสินมาด้วย แต่ "แทนคุณ" เองนั้นกลับจะเป็นฝ่ายเสียมากกว่าไม่ว่าจะเป็นมุมที่มองว่าจงใจไปยั่ว หรือคำพูดว่า "อย่าทำร้ายผม" ทั้งๆที่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้มองได้ว่าเป็นการจงใจเล่นละครใส่ความหรือไม่

เวทีเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้จึงน่าจับตาดู ประชาธิปัตย์ส่งคนเดิมลงล้างตาแน่นอน เพราะในเขตนี้หากไม่ส่งเขาลงก็แพ้ขาดแถมไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมา แต่การส่ง "แทนคุณ"ลงนั้น แม้ยากที่จะคว้าชัย แต่ก็ได้ภาพลักษณ์ที่ดีไม่น้อยในการให้โอกาสคนรุ่นใหม่ที่ทำงานกับพื้นที่ และแม้โอกาสจะไม่มากแต่ส่วนลึกก็แอบหวังว่าอาจจะมีลูกฟลุก

ขณะที่เพื่อไทยนั้นคิดหนักไม่น้อย เมื่อตัดสินใจไม่ให้ "พิมพ์ชนา โหสกุล" ภรรยาของ "การุณ" ลงสมัครแทนเนื่องจากขณะนี้ "พิมพ์ชนา"เป็น ส.ก.ดอนเมือง หากลงมารับสมัคร ส.ส. เองก็ต้องลาออกทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้ง ส.ก. และส.ส. ซึ่งจะถูกประชาธิปัตย์หยิบไปโจมตีในช่วงเวลาหาเสียงได้

ส่วนชื่ออื่นที่โผล่มานั้นก็ไม่มีใครอยากที่จะรับไม่ว่าจะเป็น "คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์" ที่ออกมาปฏิเสธว่าต้องการทำงานพระศาสนาให้เสร็จลุล่วง และระดับ "หญิงหน่อย" หากมาจริงก็ควรมีตำแหน่งรัฐมนตรี เช่นเดียวกับชื่อของ"น.ต.ศิธา ทิวารี" คนในสาย หญิงหน่อย" ที่วันนี้เพิ่งนั่งเก้าอี้ประธานบอร์ดการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย(ทอท.) หากลาออกเพื่อมาลงสมัครส.ส.กทม.ก็อาจจะถูกตำหนิได้ และตำแหน่งประธานบอร์ด ทอท. นั้นก็หอมหวลใช่เล่น ศักดิ์ศรีก็มีไม่น้อย หากจะหวนมาสู่การเมืองมาก็ต้องเป็นรัฐมนตรีไม่ใช่ ส.ส. ธรรมดา

ดังนั้นการลงสมัครครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสเป็กต่างๆถูกกำหนดเช่น ต้องเป็นคนที่ "การุณ" รับได้ซึ่งหมายถึงต้องอยู่ในกลุ่มคุณหญิงสุดารัตน์ ต้องไม่เป็นนปช. เพราะคนกทม. ไม่ชอบคนเสื้อแดงมากเท่าไหร่ นอกจากนี้ต้องเป็นคนดังและเป็นที่รู้จัก เพราะต้องไม่ลืมว่า "แทนคุณ" นั้นมีชื่อเสียงและทำพื้นที่หากไม่ละเอียดทุกเรื่องให้มากพอโอกาสที่จะเสียพื้นที่อาจเกิดขึ้นได้

ทำให้พรรคมองไปที่ "ยุรนันท์ ภมรมนตรี" ที่วันนี้เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งความสนิทสนมกับทั้ง "คุณหญิงสุดารัตน์" "การุณ" และ "พานทองแท้ ชินวัตร" อีกทั้งยังมีภาพที่ดีรวมถึงมีชื่อเสียง และนอกจากนั้นเมื่อลาออกจากส.ส. บัญชีรายชื่อมาสมัคร ก็จะทำให้บัญชีรายชื่อลำดับถัดไปเลื่อนขึ้นมาแทนได้ เปรียบเสมือนการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

"แซม ยุรนันท์" นั้นเรื่องชื่อเสียงคงไม่มีใครปฏิเสธ เพราะความที่เคยเป็นพระเอกดัง ส่วนการศึกษาก็จบปริญญาเอกด้านรัฐประศาสนศาสตร์จาก ม.อีสเทิร์นเอเชีย ส่วนการเมืองนั้นก็เคยเป็น ส.ส. กทม. เขต 11 เมื่อปี 2548ในนามพรรคไทยรักไทย และได้เป็นถึงรองโฆษกรัฐบาล แต่ในการเลือกตั้งปี 2550 ที่เขตดินแดงนั้นเขาสอบตก นอกจากนี้ในปี 2552 "ยุรนันท์" ได้ลงรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคเพื่อไทย แต่ก็พ่ายต่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร จากรรคประชาธิปัตย์ ไปกว่า 3 แสนคะแนน

แต่การเลือกตั้งครั้งนี้จะเปลี่ยนไป เพราะกำลังสนับสนุนของเพื่อไทยในดอนเมืองนั้นเรียกว่าแข็งปั๋ง "การุณ" หนุนใครลง ส.ส. ก็ไม่พลาด ขนาดที่เขาเคยทำให้พรรคชาติไทยปักธงใน กทม. ได้มาแล้ว และครั้้งนี้ก็จะเป็นการประกาศศักดาว่าใครคุมเขตดอนเมือง เมื่อผู้สมัครมีชื่อ บวกฐานเสียงชั้นดี โอกาสแพ้ของเพื่อไทยครั้งนี้จึงต่ำมากๆ