กมธ.แก้ไขรธน.ที่มาของส.ว.ถกเสร็จแล้ว รอให้ส.ว.ปัจจุบันอยู่จนครบวาระ เตรียมเชิญผู้แปรญัตติชี้แจงสัปดาห์หน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ... ที่เกี่ยวกับการแก้ไขที่มาและวาระการดำรงตำแหน่งของ ส.ว. โดยมีนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน
โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ประธานแจ้งให้ทราบว่านายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฏร ได้ทำหนังสือถึงประธานกมธ. แจ้งว่า นายสุรัฐ บาระมี ราษฎรหมู่5 ตำบลน้ำรอบ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ได้นำเสนอข้อความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาและวาระของ ส.ว.มายังรองประธานสภาฯคนที่ 1 จึงได้ส่งหนังสือดังกล่าวมายังกมธ. เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา โดยแสดงความไม่เห็นด้วยที่ให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง เพราะหากเป็นดังนั้น ส.ว.ก็จะมีคุณสมบัติไม่ต่างกับส.ส. จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณามาตรา 10 สมาชิกภาพการดำรงตำแหน่งของส.ว. ชุดปัจจุบันเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขมีผลบังคับใช้ ให้สมาชิกภาพของส.ว.เลือกตั้งและสรรหา ดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระ ในกรณีที่การดำรงตำแหน่งของสมาชิกวุฒิสภาว่างลงก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไม่ต้องดำเนินการเลือกตั้งหรือสรรหาใหม่ ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมากให้คงตามร่างเดิม ขณะที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยขอสงวนความเห็นเนื่องจากเห็นว่าควรต้องดำเนินการเลือกตั้งหรือสรรหาใหม่ตามกฏหมาย เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
ส่วนในมาตรา 11 ให้คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.)เสนอ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว.ต่อรัฐสภาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขนี้บังคับใช้ โดยให้รัฐสภาเห็นชอบภายใน 120 วัน และมาตรา 12 และ 13 ที่กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของส.ว.สรรหา ชุดปัจจุบัน สิ้นสมาชิกภาพตามวาระที่เหลืออยู่ทันทีโดยไม่ต้องรักษาการ ส่วนส.ว.เลือกตั้งให้รักษาการต่อไป ซึ่งกรรมาธิการคงตามร่างเดิม ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณารายมาตราเสร็จสิ้นแล้ว โดยในสัปดาห์หน้าจะให้ผู้ที่เสนอแปรญัตติจำนวน 215 คน เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการพิจารณา นายสมศักดิ์ สุริยะมงคล รองเลขาธิการ กกต. ได้เสนอให้กรรมาธิการ ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 118 ที่ระบุว่า เมื่อสมาชิกวุฒิสภาครบวาระการดำรงตำแหน่ง ให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 30 วัน โดยขอให้แก้ขยายระยะเวลา เป็น 45 วัน เนื่องจากได้รับเสียงเรียกร้องจากกงสุลไทยในต่างประเทศ ว่า ระยะเวลา 30 วันไม่เพียงพอสำหรับการจัดการให้มีการลงทะเบียนเพื่อการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เนื่องจากบางประเทศมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก แต่กรรมาธิการไม่มีการแก้ไขในส่วนนี้





