กมธ.พิจารณาพ.ร.บ.กู้เงิน2ล้านล้านยังตกลงเรื่องตั้งที่ปรึกษาไม่ได้ ด้านกมธ.เสียงข้างน้อย จี้ปรับลดค่าที่ปรึกษาโครงการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของประเทศพ.ศ. ... โดยมี นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมซึ่งเป็นการพิจารณาโครงการรถไฟรางคู่ ลพบุรี - ปากน้ำโพ ซึ่งกรรมาธิการได้ซักถามผู้ว่าการรถไฟถึงจุดประสงค์ในการทำโครงการนี้ รวมถึงปัญหาอุปสรรค
ทั้งนี้ระหว่างการพิจารณากรรมาธิการฝั่งประชาธิปัตย์ เสนอว่าตอนนี้เหมือนเป็นการสนทนาธรรม แต่เมื่อจะเข้ารายละเอียดกันแล้ว น่าจะพิจารณาเรื่องที่ปรึกษากรรมาธิการให้แล้วเสร็จ และเรื่องนี้ได้หารือทั้งในและนอกรอบมาหลายครั้ง และเบื้องต้นได้ขอให้มีที่ปรึกษา 5 คน แต่จากการคุยนอกรอบก็ยอมลดเหลือ 3 คน แต่ฝั่งพรรคเพื่อไทย ยอมให้มีเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งทำให้ยังคงถกเถียงกันอยู่ทั้งนี้เมื่อหาข้อตกลงไม่ได้ นายวรวัจน์ จึงบอกว่าตนไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ เพราะนายวราเทพ รัตนากร รองประธานกรรมาธิการ เป็นผู้เจรจา จึงจะรอให้นายวราเทพร่วมประชุมด้วยและพูดคุยอีกครั้ง
นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังได้ทักท้วงเรื่องเอกสารรายละเอียดของหน่วยงานที่เคยขอไป แต่ก็ยังไม่ได้รับ ทำให้ประธานที่ประชุมย้ำกับหน่วยงานต่างๆให้นำเอกสารมาให้ตามที่ขอจากนั้นจึงปิดประชุม
กมธ.เสียงข้างน้อยจี้ปรับลดค่าที่ปรึกษาโครงการ
คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของประเทศพ.ศ. ... อาทิ นายกรณ์ จาติกวานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองประธานคนที่ 4 นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกฯ พร้อมกมธ.เสียงข้างน้อย ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายกรณ์ แถลงว่า ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย ยืนยันว่า ไม่จำเป็นต้องมีการกู้เงินจำนวน 2 ล้านล้านบาท แต่ดูภาพรวมถือว่าการลงทุน นั้นเป็นประโยชน์ แต่ยังขาดความชัดเจนในหลายโครงการ และบางโครงการยังไม่มีการพิจารณาความคุ้มค่า และในการลงทุนครั้งนี้คุ้มค่าหรือไม่
ด้านนายสามารถ แถลงว่า ในการพิจารณาขณะนี้เริ่มลงในรายละเอียด เรื่องค่าที่ปรึกษาโครงการ ซึ่งที่ปรึกษาโครงการ เช่น ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ศึกษาความเป็นไปได้ต่างๆ และค่าจ้างที่ปรึกษาจากเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท คิดเป็นเงินค่าจ้างที่ปรึกษาถึง 4.3 หมื่นล้านบาท ถือว่าสูงมาก เป็นของรถไฟความเร็วสูง 1.43 หมื่นล้านบาท หรือ 2.47 % และโครงการรถไฟทางคู่ มีค่าจ้างที่ปรึกษา 3.91 % ของค่าก่อสร้าง ซึ่งสูงกว่ารถไฟความเร็วสูงถึง 1.2 % ทั้งที่รถไฟทางคู่ใช้เทคโนโลยีธรรมดาและใช้คนไทยทั้งหมดได้ โดยการชี้แจงของหน่วยงาน ที่ชี้แจงว่า เป็นการคิดจ้างของบริษัทที่ปรึกษาที่หวังจะได้งาน ซึ่งเราจะมีการต่อรองให้ลดลงเพื่อประหยัดงบประมาณ





