ไทยแถลงปิดคดีพระวิหาร ย้ำศาลไม่มีอำนาจตีความเขตแดน
การให้ถ้อยแถลงทางวาจาปิดคดีปราสาทพระวิหาร ฝ่ายไทยย้ำปัญหาเขตแดนที่สืบเนื่องจากคำพิพากษา พ.ศ.2505 เป็นเรื่องที่คู่ความต้องตกลงกันเอง กัมพูชาไม่สามารถยื่นให้ตีความใหม่ได้ ขณะที่ รมว.ต่างประเทศ พอใจทีมทนายไทย
การให้ถ้อยแถลงทางวาจาปิดคดีปราสาทพระวิหาร นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ กล่าวสรุปเป็นคนสุดท้ายในการให้การทางวาจารอบสุดท้าย คดีที่กัมพูชายื่นขอให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก ตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหาร ปีพุทธศักราช 2505 ย้ำว่า ปัญหาเขตแดนที่สืบเนื่องมาจากคำพิพากษาปีพุทธศักราช 2505 เป็นเรื่องที่คู่ความต้องตกลงกันเอง และไทยยอมรับอธิปไตยของกัมพูชามาโดยตลอด ขณะที่ท่าทีกัมพูชาไม่มีความคงเส้นคงวา และยังกลับท่าทียอมรับเส้นเขตแดนที่อาจจะเป็นปัญหาต่อไป ทั้งนี้ กัมพูชาไม่สามารถยื่นให้ตีความใหม่ได้ ขณะที่ไม่มีมูล หรือเหตุผล ที่จะต้องตีความคำพิพาษาปี พุทศักราช 2505
ขณะที่นายโดนัลด์ เอ็ม แม็คเรย์ ทนายความฝ่ายไทย ให้การว่า คำพิพากษาของศาลเมื่อปีพุทธศักราช 2505 ไม่ได้ระบุว่าพื้นที่ปราสาทพระวิหารมีพื้นที่ใหญ่แค่ไหน และไม่มีเหตุผลที่จะเป็นขอบเขตตามที่กัมพูชาอ้าง ส่วนการถอนทหารออกจากพื้นที่เป็นอำนาจของไทยที่กระทำแล้ว
นายเจมส์ ครอว์ฟอร์ด ทนายความฝ่ายไทย ให้การว่า การถอนกำลังทหารไทยออกนอกพื้นที่ปราสาทพระวิหารตามคำพิพากษาศาล ไม่ได้ชี้ชัดว่าต้องถอนไปจุดไหน การใช้คำว่า "บริเวณใกล้เคียง" ไม่สามารถตีความได้ หากไม่มีหลักการอะไรเลย
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังเสร็จสิ้นการให้การทางวาจาต่อศาลโลกรอบสุดท้ายว่า ได้พูดคุยกับรัฐมนตรีทั้ง 3 คน เห็นว่าทีมทนายความของไทยทำได้ดีมาก หยิบสิ่งที่กัมพูชาพูดชี้แจงทุกประเด็น เพื่อให้ศาลตีความโดยเฉพาะการพูดปิดคดีของนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ทำได้ดีมาก ชี้ให้เห็นว่ากัมพูชาเปลี่ยนแปลงแนวทางสู้คดีตลอดเวลา ยืนยันต่อศาลว่ากัมพูชาไม่มีความคงเส้นคงวา เชื่อว่าศาลเข้าใจในสิ่งที่เรานำเสนอ แต่ต้องรอผลการพิจารณาคดี
ส่วนกรณีที่ประชาชนกังวลเรื่องการเสียดินแดน เชื่อว่าคนไทยได้รับฟังการมาต่อสู้ครั้งนี้ ผลจะออกมาเป็นอย่างไร ต้องรอศาล เชื่อมั่นว่าศาลจะให้ความยุติธรรม โดยเฉพาะศาลโลก หากติดตามคดีต่างๆ จะพยายามเน้นคู่กรณีให้อยู่ด้วยกันด้วยความปกติสุข เชื่อว่าศาลไม่ตัดสินให้เกิดความแตกแยกไม่เข้าใจกัน ซึ่งผลการตัดสินจะทำให้ไทยเสียดินแดนหรือไม่ สามารถคาดเดาได้ แต่การต่อสู้ที่ผ่านมาได้นำเสนอรายละเอียดทั้งหมดให้คนไทยเข้าใจแล้ว
อย่างไรก็ตาม ผู้นำทั้งสองประเทศได้พูดคุยกันก่อนหน้านี้ว่า ไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไร ความสัมพันธ์สองประเทศยังคงเหมือนเดิมในทุกด้าน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องในอดีต ไม่ว่าศาลตัดสินอย่างไร สามารถอยู่ร่วมกันได้
ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการให้การทางวาจา คณะกฎหมายฝ่ายไทยและคณะรัฐมนตรีจะเดินทางกลับไทยในเช้าวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายนนี้





