วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นัดฟังคำสั่งร้องถอนประกันคดีฆ่าอัลรูไวลี่1พ.ค.

ศาลนัดฟังคำสั่งดีเอสไอ ร้องถอนประกัน"พล.ต.ท.สมคิด -ลูกน้อง" จำเลยคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุดีอาระเบีย 9 โมงเช้า 1 พ.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นัดไต่สวนคำร้อง ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ และ พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี จำเลยที่ 1 และ 4 คดีร่วมกับพวกอุ้มฆ่านายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย

โดยวันนี้ พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี ทนายความจำเลยที่ 4 นำ ส.ต.อ.ลือชัย บรรจง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. ประจำด่านขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เบิกความสรุปว่า เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.55 ได้ตรวจหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึก ( พยานสำคัญในคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุ ฯ ) พบว่าได้เปลี่ยนชื่อเป็น นายเกียรติกรณ์ แก้วเพชรสี จากนั้นเมื่อบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลในระบบคอมพิวเตอร์ ก็พบว่า เป็นบุคคลมีหมายจับของศาล จึงแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบและตรวจสอบตามขั้นตอน ทั้งนี้วันดังกล่าว พ.ต.ท.สุวิชชัย ก็ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ ส่วนจะเดินทางไปเมื่อใดนั้นพยานไม่ทราบ

ภายหลังพยานดังกล่าวเบิกความแล้ว พล.ต.ท.สมคิด จำเลยที่ 1 และ พ.ต.ท.สุรเดช จำเลยที่ 4 ได้แถลงต่อศาลขอยื่นคำเบิกความเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติม ศาลพิจารณาแล้วอนุญาต โดยศาลนัดคำสั่งในวันที่ 1 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

ขณะที่พล.ต.ท.สมคิด กล่าวว่า คำเบิกความตามเอกสารนั้นได้ชี้แจงต่อศาลใน 2 ประเด็น ประเด็นแรก เป็นหลักฐานที่ระบุว่ามีการพาตัว พ.ต.ท.สุวิชชัย ออกนอกประเทศ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้พ้นเขตอำนาจศาลโดยมีหลักฐานว่าก่อนหน้านั้น พ.ต.ท.สุวิชชัย ยังหลบหนีอยู่ในประเทศไทย ซึ่งการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อส่งประเด็นไปสืบพยานที่ต่างประเทศนั้น กระบวนการดังกล่าว ทำให้ฝ่ายจำเลยเสียเปรียบอย่างมาก เพราะเป็นการสืบพยานลับหลังจำเลย ทนายความจำเลยก็ไม่สามารถซักค้านพ.ต.ท.สุวิชชัย พยานดังกล่าวได้

ประเด็นที่สอง การตรวจสอบและเรียกข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องนั้น เป็นสิทธิที่จะกระทำได้ตามกฎหมาย และชี้ให้ศาลเห็นว่า ตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานรวมทั้งไม่ได้ข่มขู่ พ.ต.ท.สุวิชชัย ตามที่นายธาริต อธิบดีดีเอสไอ ยื่นคำร้องต่อศาล โดยจะเห็นได้ว่าพ.ต.ท.สุวิชชัย เปลี่ยนชื่อ-สกุลและที่อยู่ ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย.54 ซึ่งช่วงเวลาขณะนั้นศาลได้พิจารณาตัดพยานปากนี้ไปแล้ว ดังนั้นการเปลี่ยนชื่อของพยานดังกล่าว จึงน่าเชื่อว่าเพื่อจะหลบหนีหมายจับ ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนชื่อเพราะ ถูกข่มขู่ คุกคาม ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด