วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ทูตวีรชัย'ให้การศาลโลก กัมพูชาล้ำอธิปไตย

"ทูตวีรชัย" ขึ้นให้การทางวาจาต่อศาลโลก ยัน กัมพูชาพยายามล่วงล้ำอธิปไตย ปลอมแปลงเอกสาร ทำลายความน่าเชื่อถือ

นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำเนเธอร์แลนด์ ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ได้ชี้แจงด้วยวาจาต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ไทยให้ความเคารพต่อคำสั่งศาล 2 ฝ่ายเข้าใจตรงกัน 50 ปีผ่านไปกัมพูชายื่นให้มีการอุทธรณ์ และหลังจากมีคำพิพากษาออกมาในปี 1962 ไทยก็ได้ถอนกำลังออกมา เห็นได้ชัดจากรั้วและป้ายที่เป็นไปตามมติครม.ก่อนหน้านั้น และในต้นปี 2000 มีการรุกล้ำเข้าสู่แผ่นดินไทยเป็นการละเมิดซึ่งหน้าตามเอ็มโอยู ซึ่งไม่เกิดการเสถียรสองฝ่ายทำให้เกิดการประท้วงตามมา การที่จะเป็นพี่น้องกันในอาเซียน ประเทศไทยพยายามยับยั้งและใช้กลไกเจรจาในคณะกรรมการเจบีซี ซึ่งกัมพูชารุกล้ำเข้ามา 4,000 ตร.กม. พยายามหยิบฉวยดินแดนของไทยที่จะขึ้นทะเบียน และไทยก็ประท้วงมากยิ่งขึ้นในการรุกล้ำอธิปไตยเหนือดินแดน และทั้งหมดยั่วยุโดยกัมพูชา ไทยพยายามใช้สิทธิป้องกันตนเองตามกฎหมายประเทศ

ส่วนข้ออ้างปัจจุบันไม่มีข้อเท็จจริงทางกฎหมายที่จะดำเนินการเจรจาต่อรองอย่างถูกต้องตามเอ็มโอยูไม่เหมือนอย่างที่กัมพูชากล่าวอ้าง เพราะคำร้องของกัมพูชาไม่ได้อ้างดินแดนขนาดนี้ หรือขอบเขต ศาลจึงไม่สามารถตัดสินในสิ่งที่กัมพูชาร้องขอ แม้คำขอครั้งแรกของกัมพูชาจะขอให้ศาลตัดสินเรื่องขอบเขต เขตแดน และแผนที่ภาคผนวกมีความถูกต้อง ซึ่งไม่เกี่ยวกับกับแผนที่ 4.1 ตร.กม.

ประเทศไทยไม่เคยโต้แย้งแผนที่ภาคผนวกหนึ่ง มีหลักฐานมากมายว่ากัมพูชากล่าวอ้างเฉพาะปลายปี 2000 ซึ่งประเทศไทยค้นพบปัญหานี้เมื่อปี 2007 เมื่อกัมพูชายื่นขอขึ้นทะเบียน แต่ปี 1962 กัมพูชาไม่เคยมีหลักฐานอันน่าเชื่อได้เลย ส่วนที่ว่าปัญหามาจากการเมืองภายในประเทศไทย แต่แท้จริงเป็นปัญหาก้าวร้าวของกัมพูชาและขยายไปยังปัญหาด้านกฎหมาย เขตแดน แสดงให้เห็นชัดเจนในเรื่องบริเวณพื้นที่ข้อพิพาท แผนที่ภาคผนวกหนึ่งจึงกลายเป็นตัวปักปันเขตแดน และมีการจัดทำเขตแดน โดยไม่สนใจลักษณะภูมิภาคเลย ในแง่แผนแม่บท หรือทีโออาร์ เป็นไปตามปี 2000 ไม่ตรงกับปี 1962 ตามที่กัมพูชากล่าวอ้าง ซึ่งเอ็มโอยู 43 ไม่พูดถึงสนธิสัญญาฝรั่งเศส - สยาม หมายความว่ายังตกลงกันไม่ได้ และเป็นเพียงขั้นตอนจำเป็นในการสำรวจร่วมแนวสันปันน้ำ ที่ไม่รวมอยู่ในคำพิพากษา สิ่งที่ตามมาหลังคำพิพากษาคือ การไม่มีข้อพิพาทใดเกี่ยวกับขอบเขตคำพิพากษาเลย ซึ่งกัมพูชาให้เอกสารกว่า 10 รายการที่ไม่ถูกต้อง ไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจน และมีการปลอมแปลงให้ข้อมูลไม่ถูกต้องเกี่ยวกับแผนที่ภาคผนวก หลอกให้คนดูเว็ปไซต์สถานทูตกัมพูชาในปารีส แต่ก็ไม่สามารถให้คำอธิบายได้ชัดเจน ซึ่งประเทศไทยมีหลักฐานพิสูจน์พื้นที่ 4.5 ตร.กม. เป็นพื้นที่โต้แย้งใหม่ไม่เกี่ยวกับคำพิพาท และไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ ครม.ไทยตัดสินเลือกใช้วิธีที่ 2 ในการกำหนดว่าขอบเขตปราสาทพระวิหารอยู่ที่ใด สิ่งที่กัมพูชาทำเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือ