วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ดำรง'เชื่อฆ่าช้าง เลื่อยขาเก้าอี้หน.อุทยาน

"ดำรง พิเดช"เชื่อฆ่าช้างหวังเลื่อยขาเก้าอี้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแน่นอน

นายดำรง พิเดช หัวหน้าพรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทยและอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ โดยมีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานพาดูสถานที่เกิดเหตุพร้อมสัตว์แพทย์ของทางโครงการห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่เป็นคณะทำงานในการผ่าพิสูจน์ซากช้างที่ตาย นายดำรงใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ในการดูพื้นที่เกิดเหตุและสอบถามข้อมูลทั้งจากนายชัยวัฒน์ และสัตว์แพทย์

นายดำรง กล่าวว่าก่อนหน้าที่จะลงพื้นที่ตนเองได้ทราบข่าวที่มีการรายงานผ่านสื่อ แล้วรู้สึกแปลกใจว่า กลุ่มคนที่ฆ่าช้าง มีการตัดคอช้าง แต่ไม่เอาหัวช้างไป งวง หรือหางก็ไม่เอาไป จึงมีข้อสันนิษฐานได้ว่า อาจเกิดจากการฆ่าช้างเพื่อเป็นการเลื่อยขาเก้าอี้หัวหน้าอุทยานอย่างแน่นอน เพราะปกติกลุ่มพรานจะฆ่าช้างในพื้นที่ป่าลึก ซึ่งทำงานได้ง่ายกว่านี้และไม่มีผู้พบเห็น แต่ช้างตัวนี้กลับถูกฆ่าในพื้นที่ใกล้ชุมชน อีกทั้งเป็นช้างเพศเมีย แต่เมื่อตนได้ลงมาดูและสอบถามกับทางสัตว์แพทย์ที่ทำการผ่าพิสูจน์ สันนิษฐานได้ว่า หัวช้างที่ขาดออกจากตัวช้างอาจเป็นเพราะการเน่าเปื่อยของซากช้าง ประกอบกับช้างตัวอื่นๆที่วนเวียนอยู่รอบๆตัวช้างที่ตายอาจใช้งวง หรือเท้าเตะจนทำให้ส่วนหัวของช้างที่เน่าเปื่อยแล้วหลุดออกจากตัวก็อาจเป็นไปได้ อีกทั้งสาเหตุการตายของช้างก็ยังไม่ชัดเจนว่า ว่าตายเนื่องจากอะไร จึงต้องรอให้ทางฝ่ายพิสูจน์หลักฐานมีความเห็นสรุปทางคดีออกมาก่อนว่าช้างตายด้วยสาเหตุอะไร อาจจะเกิดจากการไปกินพืชผลการเกษตรที่มีสารฆ่าแมลง หรือถูกวางยาเบือ หรืออาจถูกยิง มีหลายสาเหตุที่ยังไม่สามารถสรุปได้ดังนั้น จึงควรรอให้ฝ่ายพิสูจน์หลักฐานสรุปออกมาก่อนจะดีกว่า

เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณี ที่นายชัยวัฒน์ ถูกตั้งกรรมการสอบสวน ว่าจะเป็นการบั่นทอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานหรือไม่ นายดำรง กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นแค่การสอบข้อเท็จจริงเท่านั้น ไม่ใช่ตั้งกรรมการสอบวินัย การสอบข้อเท็จจริงก็เพื่อให้ได้รายละเอียดว่า เหตุที่เกิดขึ้นเกิดเพราะอะไร อย่างไร และเจ้าหน้าที่ได้ทำหน้าที่เต็มที่หรือไม่ หากพบว่ามีการทำงานเต็มที่แล้ว แต่ยังขาดเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ หรืองบประมาณในการสนับสนุน ทางฝ่ายบริหารก็จะได้สนับสนุนในส่วนที่ขาด เมื่อไม่มีอะไรก็จบ เรียกว่าเป็นการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพราะหากฝ่ายบริหารละเลย และภายหลังพบว่าเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ฝ่ายบริหารก็จะถูกตำหนิเสียเองว่าปล่อยปละละเลย แต่เท่าที่ตนเองทราบมาว่า พื้นที่ที่เกิดเหตุ เป็นพื้นที่เขต 5 บ้านป่าละอู - ป่าเด็ง ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบกว่าห้าแสนไร่ แต่มีเจ้าหน้าที่ดูและลาดตระเวนเพียงแค่ 2 ผลัด ผลัดละ 8 คนรวม 16 คนกับราษฏรอาสาอีก 10 คน ตนคิดว่าไม่เพียงพอแน่

สมัยที่ตนเองเป็นอธิบดี ก็เคยให้งบประมาณสนับสนุนและตั้งชุดเฉพาะกิจติดตามโขลงช้างไปตลอดเพื่อป้องกันกลุ่มล่าช้าง ซึ่งก็ได้ผล แต่นี่เท่าที่ทราบ รู้สึกว่าจะไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ อีกทั้งงบประมาณลาดตระเวนปกติก็ยังถูกตัดทิ้ง หลังจากนี้ตนเองจะโทรให้คะแนะนำอธิบดีมโนพัศ ไปว่าส่วนนี้ เป็นพื้นที่สำคัญที่มีโขลงช้างจำนวนมาก ทั้งอยู่ติดกับชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว กำลังเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ต้องตั้งจุดตรวจโดยจัดเจ้าหน้าที่มาอยู่ประจำเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำซ้อน เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่า คนที่เข้ามาในพื้นที่เป็นคนดีหรือคนร้าย เรื่องนี้คงต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

นายชัยวัฒน์ ยอมรับว่า เขาเป็นหัวหน้าอุทยานฯที่นี่ก่อนสมัยตนดำรงตำแหน่งอธิบดี แต่เมื่อได้ทำงานร่วมกันและเคยลงมาตรวจพื้นที่กลางดึก ก็พบว่านายชัยวัฒน์อยู่พื้นที่ตลอด อีกทั้งยังนำชุดลาดตระเวนออกตรวจตราฝูงกระทิง และสัตว์ป่าในพื้นที่อยู่ตลอดเวลา กระทั่งก่อนหน้าที่ติดตามจับกุมกลุ่มข้าราชการหรือนักการเมืองท้องถิ่นที่เข้ามาทำไม้ และล่าสัตว์ ตนคิดว่า คนแบบนี้หายาก ต้องให้กำลังใจ ครั้งหนึ่งตนเคยถามนายชัยวัฒน์ ว่าที่เคยถูกตนสั่งย้ายไปประจำกรมชั่วคราว ยังสู้ต่อไปหรือไม่ นายชัยวัฒน์ยืนยันว่า พร้อมที่จะสู้ต่อ ตนก็ให้กลับมาทำงานและทำหน้าที่ต่อไป