รมว.ยุติธรรมประกาศยุทธศาสตร์ต้านฟอกเงินหนุนก่อการร้าย เชื่อหลังประกาศรายชื่อจะไม่กระทบต่อนโยบายเจรจาแกนนำก่อความไม่สงบ
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานประกาศยุทธศาสตร์การบูรณาการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ.2556-2558 ในการสัมมนาการบูรณาการการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนากว่า 650 คนจาก 135 หน่วยงาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าวอย่างถูกต้องพร้อมทั้งขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตากฎหมายอย่างจริงจังเพื่อประโยชน์ของประเทศ เนื่องจากคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน (FATF) จะส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาประเมินผลการดำเนินการของประเทศไทยในเดือน พ.ค. นี้ จากนั้นในการประชุดแฟดเอฟที่กำหนดจัดขึ้นในประเทศนอร์เวย์ เดือน มิ.ย. นี้ จะมีการเสนอให้ปลดชื่อประเทศไทยพ้นจากประเทศเสี่ยงฟอกเงินและสนับสนุนการเงินแก่การก่อการร้าย
รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า ภายหลังประเทศไทยประกาศยุทธศาสตร์การบังคับใช้กฎหมายทั้ง 2 ฉบับแล้วจะถูกปลดจากประเทศกลุ่มเสี่ยงสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย เนื่องจากไทยดำเนินการตามมาตรฐานสากลอย่างจริงจัง สำหรับการประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดเป็นผู้ก่อการร้ายสากลตามประกาศขององค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็นจะมีขึ้นภายในเดือนเม.ย.นี้ จากนั้นปปง.จะเสนอให้ศาลแพ่งพิจารณาประกาศรายชื่อผู้ก่อการร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป โดยจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ ทั้งนี้เชื่อว่าสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนจะไม่ถูกหยิบยกไปพิจารณาในการปลดรายชื่อประเทศไทยพ้นจากแบล็กลิสต์ ในชั้นนี้เป็นการแสดงออกถึงการเอาจริงเอาจังในการประกาศยุทธศาสตร์และบังคับใช้กฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามว่าการประกาศรายชื่อผู้ถูกกำหนดเป็นผู้ก่อการร้ายตามมาตรา 6 ในระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) น้ัน จะกระทบต่อนโยบายรัฐบาลที่ให้มีการเจรจากับแกนนำผู้ก่อความไม่สงบหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ทั้ง 2 กระบวนการไม่เกี่ยวข้องกัน การเจรจาต้องทำต่อไป ขณะที่ปปง.ก็ต้องประกาศรายชื่อผู้ก่อการร้ายเพื่อแสดงออกถึงการเอาจริงเอาจังในการบังคับใช้กฎหมาย





