ปชป.แฉ"ทักษิณ" หลอกประชาชน ใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ เจอเสียค่าปรับกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตริ อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ถึงการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท โดยระบุว่าถึงการลงทุนทำให้เศรษฐกิจโตทางอ้อม ไม่ต้องกลัวหนี้พุ่งข้างเดียว แต่รายได้จะพุ่งด้วย ว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังยืนยันเห็นด้วยกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แต่ที่บอกว่าไม่กลัวหนี้พุ่ง เพราะจะมีรายได้ และเปรียบเทียบการกู้เงินไปทำธุรกิจนั้น จะเห็นว่าการกู้เงินในการทำธุรกิจก็เป็นนักธุรกิจคนนั้นจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง แต่เงินของแผ่นดิน มีดอกเบี้ย และหนี้สินเพิ่ม หากเกิดความผิดพลาดล้มเหลว ผลของการกระทำจะเป็นของประชาชน และไม่แน่ใจว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นจะเป็นของประชาชน หรือเป็นของคนอื่นที่ร่วมกู้เงินหรือไม่ เรื่องนี้จึงเป็นเหมือนคู่กรรมของกันและกัน
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณพูดนั้นก็พยายามยกว่าตัวเองมีความสามารถในฐานะนักธุรกิจ และเป็นคนโม้ในการคืนหนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และมาบอกว่าประเทศญี่ปุ่นก็มีหนี้สาธารณะกว่า 200 เปอร์เซ็นต์ยังไม่มีปัญหา เรื่องนี้พ.ต.ท.ทักษิณกลับพูดไม่หมด เพราะประเทศญี่ปุ่นมีการลงทุนต่างประเทศมหาศาล เจ้าหนี้จึงไว้ใจ ส่วนเงินออมของประเทศญี่ปุ่นอยู่ในระดับสูงเพราะวินัยการเงินของประเทศ แต่เมื่อเปรียบกับประเทศไทยที่ไม่มีฐานเศรษฐกิจใหญ่โต ไม่มีการส่งออกเทคโนโลยีสมัยใหม่ จึงขอให้พ.ต.ท.ทักษิณเลิกพูดว่าการก่อหนี้ดี แต่การก่อหนี้ต้องควบคู่ไปวินัยการเงิน ที่สำคัญประเทศญี่ปุ่นไม่มีการทุจริต ไม่มีการเรียกหัวคิว 30 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีนักการเมืองมาโจมตีค่าเงินบาทของตัวเอง
"ถ้าทักษิณคิดว่ากู้หนี้เก่งเรื่องการลงทุน ขอท้าให้เปรียบเทียบการลงทุนในรัฐบาลชวน หรือรัฐบาลอภิสิทธิ์ การลงทุน 2 ล้านล้านบาท ต้องถามว่าทำไมต้องเป็นหนี้ หรือต้องกู้ ทำไมไม่กำหนดโครงการต่าง ๆ ให้ชัดเจน ทำไมไม่ระบุให้ชัดว่าจะใช้การจัดซื้อรูปแบบระเบียบวัสดุ แต่กลับใช้วิธีพิเศษ ทำไมต้องสร้างหนี้ให้ประเทศ ทำไมต้องเปิดช่องทุจริตจึงอยากให้ทักษิณโพสต์ตอบในเฟซบุ๊คด้วย"
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า ขณะที่การกู้เงินไอเอ็มเอ็ฟ ในขณะนั้นพ.ต.ท.ทักษิณก็เป็นรองนายกฯในรัฐบาลของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในการกู้เงินจากไอเอ็มเอฟเมื่อปี 2540 จำนวน 1.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยเมื่อมีการกู้แล้วกลับมีคนรู้ความลับจะมีการลอยตัวค่าเงินบาทจาก 25 เป็น 50 บาท ทำให้มีบริษัทโทรคมนาคมแห่งหนึ่งไม่ได้ผลกระทบขณะนั้น หรือมีคนรู้ความลับทางราชการไปหากินกับบริษัทตัวเองหรือไม่ จากนั้นเมื่อถึงรัฐบาลชวน หลีกภัยก็มีการกู้เงินน้อยลงกว่าที่คาดการณ์ไว้จาก 1.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 1.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือน้อยลงกว่า 4 พันล้านเหรียญ อีกทั้งยังใช้ได้ใช้หนี้ไอเอ็มเอฟอีก 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ คงเหลือหนี้ีอีก 4.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ





