กทม.จ่อเก็บภาษีเพิ่ม-ขายพันธบัตร ระดมทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ภายหลังตนได้รับมอบหมายงาน กำกับสำนักการโยธา (สนย.) สำนักสิ่งแวดล้อม (สวล.) สำนักผังเมือง (สผม.) สำนักคลัง (สนค.) สำนักงบประมาณ (สงม.) และงานพาณิชย์ ซึ่งสาเหตุที่ได้รับมอบหมายให้ดูสำนักดังกล่าวนั้น เพราะม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เห็นว่าตนทำงานที่กทม.มานานและเห็นปัญหางานสามารถต่อเชื่อมงานได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะการดูแลเรื่องงบประมาณในการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ในกทม. ซึ่งที่ผ่านมารายได้เข้ากทม. ไม่สมดุลกับรายจ่าย จึงต้องการปรับรายได้ของกทม.เพื่อให้สอดคล้องกับรายจ่าย
นายจุมพล กล่าวต่อว่า เบื้องต้นกทม. อาจจะมีแนวทางในการจัดเก็บภาษีที่เคยทำอยู่แล้วให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น อาทิ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีป้าย เป็นต้น โดยส่วนหนึ่งอาจมีการปรับฐานภาษี การประเมินราคาทรัพย์สินหรือจัดเก็บภาษีที่ยังไม่เคยมีการเก็บ อาทิ ภาษีน้ำมัน โรงแรม และสาธารณูปโภค นอกจากนี้อาจจะมีแนวทางออกพันธบัตร หรือจัดตั้งกองทุน เช่นเดียวกับเมืองใหญ่ทั่วโลกและเอกชนของประเทศไทย แต่กฎหมาย ไม่ได้มอบอำนาจให้ท้องถิ่นดำเนินการ เพราะการดำเนินการดังกล่าวอยู่ภายใต้กระทรวงการคลัง
"กทม.จำเป็นต้องปรับตัว เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพบ้านเมืองในการใช้งบประมาณ เพื่อลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานของกรุงเทพฯ รูปแบบอาจจะออกพันธบัตรหรือกู้เงินมาพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ในกทม. เช่นเดียวกับรัฐบาลที่จำเป็นต้องกู้เงิน แต่แนวทางนี้อาจไม่สำเร็จใน 4 ปี แต่จะเป็นแนวทางในอนาคต อย่างไรก็ตามนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี หากได้ดำเนินการ ซึ่งกทม.สามารถทำแนวทางดังกล่าวได้ หากในอนาคตกฎหมายให้โอกาสกทม."รองผู้ว่าฯกทม. กล่าว





