"ดีเอสไอ"สอบเพิ่มประเด็นกุญแจสำรอง หลังรองเลขากพฐ. แจงถูกนำชื่อไปใช้เปิดตู้นิรภัยธนาคารทหารไทย
นายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เข้าให้ปากคำกับนายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ดีเอสไอในคดีทุจริตการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยนายอนันต์ ได้นำเอกสารเข้าชี้แจงเหตุผลที่มีการเปลี่ยนแปลงการสอบจากเดิมที่มอบอำนาจให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้จัดสอบเองมาเป็นจัดสอบโดยสพฐ. เนื่องจากระบบเดิมมีปัญหาค่อนข้างมาก โดยตนมีประสบการณ์จัดสอบครูผู้ช่วยแบบทั่วไปมาแล้ว 1 ครั้ง โดยมอบให้มหาวิทยาลัยออกข้อสอบซึ่งไม่พบว่ามีปัญหาทุจริตเพราะมีการจัดเก็บข้อสอบไว้ในห้องมั่นคง จากนั้นให้สำนักงานเขตพื้นที่ส่งกรรมการมารับข้อสอบจากส่วนกลาง แต่พบปัญหาจากการจัดส่งข้อสอบ ซึ่งมีการจัดส่งข้อสอบผิดวิชาไปให้แต่ละสนามสอบ เช่น วิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไปกับวิชาวิทยาศาสตร์แขนงต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดความสับสนเพราะมีการสลับซองข้อสอบ สพฐ.จึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงระบบโดยกำหนดส่วนกลางจัดให้ส่งข้อสอบไปยังแต่ละสนามสอบเพื่อจัดเก็บไว้ในห้องมั่นคงของแต่ละสนามสอบ
"จนถึงขณะนี้ยังมั่นใจกระบวนการจัดสอบเป็นไปอย่างรัดกุม ข้อมูลที่ให้วันนี้คาดว่าจะเป็นประโยชน์ในการหาช่องโหว่ของดีเอสไอ โดยเอกสารส่วนใหญ่ที่นำมามอบให้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการจัดสอบซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนการดำเนินงาน รายชื่อคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ประมาณ 10 ชุด รวมกว่า 100 คน ซึ่งส่วนตัวมั่นใจว่ากระบวนการของคณะกรรมการทุกชุดรัดกุม ไม่เชื่อว่าจะมีข้อบกพร่องจากส่วนนี้ อย่างไรก็ตาม อำนาจการตัดสินใจเรื่องดังกล่าวของเลขาธิการกพฐ. ผมมีหน้าที่เพียงปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบาย"นายอนันต์กล่าว
นายธานินทร์ กล่าวว่า เบื้องต้นดีเอสไอได้ตั้งประเด็นการสอบสวนถึงอำนาจหน้าที่ของรองเลขากพฐ. ว่าได้รับคำสั่งจากเลขากพฐ.ให้ดำเนินการในส่วนใดบ้าง เพื่อตัดประเด็นในส่วนที่เลขากพฐ.เป็นผู้ดูแลเองออกไป รวมถึงจะสอบถามว่ารองเลขากพฐ. เป็นประธานในคณะกรรมการชุดใดบ้าง เนื่องจากการจัดสอบครูผู้ช่วยมีขั้นตอนการดำเนินการหลายขั้นตอน จึงจะพิจารณาว่าข้อสอบรั่วตรงจุดใด ทั้งนี้เพื่อจำกัดจำนวนบุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้ข้อสอบรั่ว นอกจากนี้ในวันที่ 9 เม.ย. นี้ ดีเอสไอจะลงพื้นที่ตรวจสอบการพิมพ์ข้อสอบของโรงพิมพ์จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พรินติ้ง จำกัด เพื่อตรวจสอบกระบวนการจัดพิมพ์ข้อสอบ
นายธานินทร์ กล่าวอีกว่า นายอนันต์ได้ให้ข้อมูลละเอียดโดยเฉพาะรายชื่อคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากดีเอสไอเชื่อว่าข้อสอบมีการรั่วออกมาก่อนวันที่ 13 ม.ค.ซึ่งบุคคลที่เกี่ยวข้องที่เป็นเป้าหมายในการเรียกเข้าให้ข้อมูลก็คือผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการออกข้อสอบ สุ่มเลือกข้อสอบ และคณะกรรมการที่ควบคุมผู้ออกข้อสอบ โดยสัปดาห์หน้าจะเชิญคณะกรรมการที่ทำหน้าที่ในการสุ่มเลือกข้อสอบ 2 กลุ่ม คือ คณะกรรมการที่สุ่มข้อสอบจาก 15,000 ข้อมาเป็นข้อสอบ 165 ชุด และอีกกลุ่มที่สุ่มคัดเลือกข้อสอบให้เหลือเพียง 33 ชุด เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องจำนวน 7 คน โดยในกลุ่มนี้จะเป็นคนเดียวกันบางส่วนเท่านั้น ประเด็นที่จะสอบถามคือการดูแลดำเนินการไปอย่างรัดกุมหรือไม่ มีการเก็บตัวคณะกรรมการที่รู้ข้อสอบไว้อย่างดีหรือไม่อย่างไรก็ตาม การให้ปากคำของนายอนันต์พบข้อมูลเพิ่มเติมกรณีกุญแจตู้เชฟที่ใช้เก็บรักษาข้อสอบถูกแจกจ่ายให้กับคณะกรรมการ 3 คนที่มีอำนาจเข้าถึงข้อสอบ แต่หลังจากมีการร้องเรียนเรื่องการทุจริตสอบนายอนันต์พบว่า ตัวเองถูกนำชื่อไปขอเปิดตู้นิรภัยกับธนาคารทหารไทยโดยที่ไม่เคยทราบเรื่องมาก่อน ดีเอสไอจึงต้องสอบสวนในประเด็นกุญแจสำรองว่า มีการใช้อำนาจของบุคคลใดเข้าไปเปิดตู้นิรภัยของธนาคารเพื่อนำกุญแจออกมาหรือไม่





