วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บุญจง-สมเจตน์'ค้านแก้รธน.ที่มาส.ว.

"บุญจง-สมเจตน์"ค้านแก้รัฐธรรมนูญที่มาส.ว. ด้าน"พิชิต"แจงแก้ม.68ไม่ตัดสิทธิ์ประชาชน

ม.ล.อภิมงคล โสณกุล ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในที่ประชุมรัฐสภา วาระพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ตนขอคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 190 ที่ตัดประเด็นที่ว่าด้วยหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือมีผลผูกพันทางการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศยอย่างมีนัยสำคัญออกจากการให้ความเห็นชอบของรัฐสภา ตนกังวลว่ารัฐบาลอาจนำหนังสือสัญญาทางการค้าไปสร้างประโยชน์กับตนเอง โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภา

ด้านนายพิชิต ชื่นบาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ร่างการแก้ไขมาตรา 68 ที่ระบุให้ผู้ทราบการกระทำที่ล้มล้างการปกครอง ตามระบอบประชาธิปไตย ยื่นเรื่องต่ออัยการเพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ไม่ได้เป็นการลดสิทธิของประชาชน เนื่องจากสิทธิ์ของประชาชนต่อการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ยังถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 212 ทั้งนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 เพื่อเป็นการสร้างความอำนวยความยุติธรรม เพราะเมื่อบุคคลใดที่ถูกกล่าวหาว่าล้มล้างการปกครอง ที่เข้าข่ายเป็นกบฎ ควรเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบก่อนที่จะให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

ด้าน พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหา อภิปรายคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่ารัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขในข้อบกพร่องได้ แต่ต้องชี้แจงให้ประชาชนทราบถึงเหตุผล รวมถึงประโยชน์ที่จะได้จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สำหรับร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง 3 ฉบับ โดยเฉพาะแก้ไขเรื่องที่มาของส.ว.ให้มาจากการเลือกตั้ง เป็นการตัดตอนถ่วงดุลอำนาจของส.ว. ในประเด็นการให้ส.ว.อยู่ดำรงตำแหน่ง แบบไม่จำกัดวาระจะทำให้ส.ว.เสพติดอำนาจ, ส่วนมาตรา 68 ที่แก้ไขให้ประชาชนยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุดโดยตรง เท่ากับสร้างความไม่เป็นประชาธิปไตย

ขณะที่นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย อภิปรายคัดค้านแก้รัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ และเห็นว่าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง3 ฉบับ ถือเป็นการต่างตอบแทนระหว่าง ส.ส. และ ส.ว. โดยทำงานแบบมีใบสั่ง ทั้งนี้ตนมองว่าประเด็นที่รัฐบาลต้องการแก้ไขที่มาของส.ว. เพราะขณะนี้มีส.ว.บางกลุ่มทำงานไม่เข้าตารัฐบาล จึงต้องแก้ไขเรื่องที่มา โดยอ้างเหตุผลที่ฟังดูดี คือให้สิทธิประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง แต่ตนกังวลว่าหากให้ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งในเขตพื้นที่ จะทำให้ระบบอุปถัมภ์ของนักการเมืองเข้ามาแทรกแซง ดังนั้นส.ว.จะไม่มีความเป็นกลางทางการเมือง รวมถึงส่งผลการทำหน้าที่แต่งตั้งหรือถอดถอนบุคคลที่ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และหากส.ว.ถูกการเมืองครอบงำ ตนมองว่าไม่จำเป็นต้องมีส.ว.