วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักวิชาการแนะกต.ร่วมแก้ม.190-หนุนแก้ม.68

นักวิชาการ แนะให้กต.ร่วมกำหนดรายละเอียด ม.190 พร้อมออกกม.ลูกโดยเร็ว ชี้อาจถูกโยงเรื่องชาตินิยม หนุนแก้ม.68

นายพรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าการแก้ไขรธน.50 มาตรา 190 ที่แก้ไขโดยยึดตัวบทของ รธน.2540 จะเป็นการทำให้ประเทศไทยเสียดินแดน แต่โดยหลักการการแก้ไขมาตราดังกล่าวโดยย้อนกลับไปยังปี 2540 จะทำให้เกิดปัญหาความคลุมเครือในภาคปฏิบัติได้มากกว่า ดังนั้นในเชิงหลักการรัฐบาลมีอำนาจที่จะนำไปปฏิบัติ แต่ความไม่ชัดเจนว่าหนังสือสัญญาฉบับใดที่ต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา จึงทำให้มีปัญหาในทางปฏิบัติ ดังนั้นในแนวทางแก้ไขรธน. 50 มาตรา 190 ตนมองว่าควรให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่เกียวข้องมามีส่วนร่วมในการกำหนดในบทบัญญัติว่า สิ่งใดทำได้บ้างหรือไม่ และควรเร่งการออกกฎหมายลูกให้มาบังคับใช้โดยเร็ว นอกจากนั้นแล้วในภาพรวมของการแก้ไขรธน.เป็นรายมาตราทั้งสามประเด็น ตนมองว่าจะเกิดการต่อสู้ในเชิงการเมืองระหว่างฝ่ายอนุรักษ์นิยม และฝ่ายนักการเมืองขั้วตรงข้าม เพราะประเด็นการแก้ไขที่มาของส.ว. การตัดประเด็นเรื่องยุบพรรค และการให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องใดๆ ตามที่ประชาชนร้อง ถือเป็นการแก้ไขกลไกของฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ได้มีการวางเพื่อถ่วงอำนาจของนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามไว้ และประเด็นการแก้ไขหนังสือสัญญาตามมาตรา190 อาจจะถูกนำไปเชื่อมโยงกับเรื่องชาตินิยม

" ในมาตรา 68 ผมเห็นด้วยที่จะต้องแก้ไขให้อัยการเป็นผู้ที่คัดกรองเรื่องก่อนส่งให้ศาลรธน.ไปวินิจฉัย เพราะการให้ศาลรธน.มีอำนาจรับเรื่องไปวินิจฉัยเอง จะเป็นการเพิ่มภาระงาน และหากศาลรธน.ดำเนินการใดๆ ที่ไม่ผ่านการคัดกรองอนาคตจะถูกสังคมตั้งคำถามว่าศาลรธน.ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องตามที่ รธน.กำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งหากศาลรธน.ทำประเด็นใด แต่สังคมไม่เชื่อในคำตัดสิน ประเทศชาติก็จะไม่สามารถเดินไปได้ ประเด็นสำคัญผมมองว่าขณะนี้ประเทศไทยมีปัญหาในเชิงโครงสร้างของอำนาจ ทั้งนี้ การแก้ไขรธน.รายมาตราอาจจะไม่ช่วยแก้ปัญหา ผมมองว่าควรจะแก้ไขรธน.เพื่อวางระบบการถ่วงดุลอำนาจใหม่ทั้งหมด " นายพรสันต์ กล่าว