"ยิ่งลักษณ์"ระบุโครงการในพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน พร้อมเปิดให้ตรวจสอบอย่างเข้มข้น ยันทำเพื่อประชาชน
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ..... (พ.ร.บ.กู้เงิน) จำนวน 2 ล้านล้านบาท ได้เริ่มขึ้น โดยก่อนเข้าสู่วาระพิจารณานายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้ขอความร่วมมือสมาชิกสภาฯ งดการประท้วง และขอให้อภิปรายอยู่ในกรอบของงบประมาณ และร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน รวมถึงงดการพาดพิงถึงบุคคลภายนอก ทั้งนี้การประชุมในวันที่ 28 มี.ค. นี้จะพิจารณาไปถึงเวลาเที่ยงคืน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ได้นำเสนอถึงความตั้งใจของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่จะพัฒนาประเทศให้เจริญ รวมถึงพัฒนาให้ลูกหลานมีอนาคตที่สดใส ภายใต้โครงการการลงทุนเพื่ออนาคตไทย 2020 วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ว่ารัฐบาลมีความจำเป็นที่ต้องเสนอการลงทุนขนาดใหญ่ของโครงสร้างพื้นฐานเป็นไปตามการแถลงนโยบายที่มีไว้ต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 54 และเป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ทั้งนี้นับตั้งแต่การเกิดปฏิวัติ เมื่อปี 2549 ทำให้ประเทศไม่ได้เป็นประชาธิปไตย ทำให้ไม่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ จึงส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศถดถอยรวมถึงการลดลงของขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ โดยเกือบ 1 ทศวรรษที่ผ่านมาการลงทุนที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ไม่มีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัจจุบันต้นทุนการขนส่งประเทศสูงถึง 15% ทำให้ต้นทุนในการไปแข่งขันกับนานาประเทศสูงขึ้น นอกจากนั้นแล้วในการจัดลำดับการแข่งขันของประเทศต่างๆ ของที่ประชุมเศรษฐกิจโลก หรือ เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม (ดับบลิวอีเอฟ) ปี 55-56 พบว่าประเทศไทยล้าหลังกว่าประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์ ดังนั้นการวางแนวคิดการลงทุนระยะยาว จึงเป็นการตอบโจทย์การวางยุทธศาสตร์อนาคตของประเทศระยะยาว โดยเฉพาะการเชื่อมโยงประเทศเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รวมถึงเป็นศูนย์กลางการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนระบบราง การพัฒนาด่านเข้า - ออกประเทศ โดยเชื่อมโยงไปสู่การเติบโตของเศรษฐกิจแนวชายแดน ให้ประชาชนสะดวกในการเดินทาง ลดเวลาและค่าใช้จ่ายการเดินทาง และที่สำคัญจะเป็นการลดต้นของการขนส่งของเกษตรกร ทำให้อาหารสด และมีคุณภาพ ประชาชนที่บริโภคจะได้รับประทานอาหารที่สด นอกจากนั้นจะเป็นการกระจายความเจริญจากหัวเมือง ไปยังชานเมือง และสู่ภูมิภาคเพื่อลดความแออัด และเติบเต็มความเจริญสูงชนบทมากขึ้น โดยเฉพาะรายได้จากการท่องเที่ยว แนวคิดดังกล่าวจะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ ว่าการลงทุนใน 7 ปีข้างหน้า จีดีพีจะเพิ่ม 1% ต่อปี อัตราจ้างงานเพิ่มขึ้น 5 แสนอัตรา
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า ทำไมการลงทุนดังกล่าวไม่ออกตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปกติ เพราะบทเรียนที่ผ่านมาทำให้พบว่าโครงการใหญ่หลายโครงการถูกระงับ หรือเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทำให้ขาดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ส่วนการระบุไว้ในกฎหมายงบประมาณประจำปีไม่เอื้อต่อการลงทุนขนาดใหญ่ และใช้เวลายาวนาน และเมื่อการลงทุนไม่ต่อเนื่องทำให้ชาวต่างชาติที่จะมาลงทุนไม่มีความเชื่อมั่น
"โครงการที่ผ่านมา เช่น การสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ท่านคงไม่ทราบว่ามีนักท่องเที่ยวสูงมาก ดังนั้นสนามบินสุวรรณภูมิต้องเร่งการพัฒนาเร็วกว่ากำหนด แต่สิ่งที่เป็นตอนนี้คือ เราขาดการมองไปข้างหน้า พัฒนาประเทศไล่หลังความเจริญ ดิฉันยืนยันว่าโครงการการลงทุนพื้นฐานเป็นโครงการเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เป็นการสร้างอนาคตให้ลูกหลาน และรัฐบาลมั่นใจการกู้เงินจำนวนดังกล่าวแบบระยะยาวจะไม่ส่งผลกระทบต่อวินัยการเงินการคลัง หรือความยั่งยืนทางการคลัง เพราะโครงการเหล่านี้เป็นที่สร้างรายได้อย่างครบวงจร และเมื่อจีดีพีเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้หนี้สาธารณะปรับตัวลดลง ตลอดเวลาการทำโครงการ หนี้ของประชาชนสามารถบริหารจัดการได้คือ ต่ำว่า 50% ของจีดีพี ดังนั้นจึงมีช่องว่าอยู่อีก 10% ที่ยังคงรักษาวินัยการเงินการคลังได้ ถ้าจำกันได้ประเทศไทยเคยใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้เร็วกว่ากำหนด" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
นายกฯ ได้ย้ำถึงความโปร่งใสด้วยว่าจะมีการดำเนินการตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส และเข้มงวดกว่าโครงการที่กำหนดไว้ในพ.ร.บ.งบประมาณประจำปี หรือ ตามกฎหมายกู้เงินที่ผ่านมา เพราะได้กำหนดให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 , ระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการอีอ๊อกชั่น รวมถึงระเบียบที่เจ้าของโครงการจะดำเนินการ รวมถึงการประกาศราคากลางไว้ในทีโออาร์จัดซื้อจัดจ้างเพื่อความโปร่งใส ขณะเดียวกันรัฐบาลได้บัญชีแนบท้าย และเอกสารประกอบการชี้แจงที่ชัดเจนอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน
"การพิจารณาโครงการได้ให้คณะกรรมการพิจารณาดูแลและตรวจสอบโครงการ ประกอบด้วยหน่วยงานสำคัญ อาทิ กระทรวงการคลัง, สำนักงงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นอกจากนั้นจะมีการรายงานผลการดำเนินงานต่อรัฐสภาเมื่อสิ้นปีงบประมาณ นอกจากนั้นรัฐบาลได้จัดให้มีการรับฟังความเห็นของสาธารณะ, ประชาชน ตั้งแต่เริ่มโครงการ ยืนยันว่าโครงการกู้เงินตามร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน นี้สามารถติดตามตรวสอบเพื่อให้โครงการบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ โดยจะไม่ทุจริต คอร์รัปชัน ยืนยันด้วยว่าการดำเนินการของรัฐบาลมีเจตจำนงทำงานเป็นไปเพื่อประโยชน์ประชาชน เพิ่มขีดความสามารถการลงทุน การแข่งขัน เพิ่มรายได้ กระจายรายได้อย่างทั่วถึง ดิฉันไม่อยากเห็นการถกเถียงว่าใครจะเป็นคนริเริ่ม ใครเป็นเจ้าของความคิดอยากให้สภา และปรชาชน ร่วมกันสร้างผลงานวางรากฐานอนาคตประเทศลูกหลานของประเทศไทยต่อไป"นายกฯ กล่าว





