"ปธ.ศาลปค."จวกพวกคิดยุบศาลปกครองรวมศาลยุติธรรม ถามประชาชนได้อะไร ชี้องค์กรศาลสามารถตรวจสอบ"ฝ่ายบริหาร-ฝ่ายปกครอง"
นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าวบรรยายนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) รุ่นที่ 4 ในหัวข้อ “ธรรมาภิบาลกับการเมือง” ตอนหนึ่ง ว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ดีนั้น ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในบริบทต่างๆ ของสังคม ซึ่งทุกคนต้องได้รับผลประโยชน์ แต่ในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะประเทศไทย เนื่องจากประชาชนนั้นมีความเห็นและความต้องการที่แตกต่างกัน มีการแบ่งกลุ่มก้อน เป็นเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย ซึ่งการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ดีนั้น เสียงข้างมากต้องรับฟังเสียงข้างน้อย และพร้อมเปิดโอกาสให้เสียงข้างน้อยเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการบ้านเมือง เช่น ในระบบรัฐสภา เสียงข้างมากก็เปิดโอกาสให้เสียงข้างน้อย ตั้งกระทู้ถามสด และอภิปรายในสภา ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นประชาธิปไตยที่ดี
นายหัสวุฒติ กล่าวต่อว่า ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย คือ ประชาชนถูกล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพ จากฝ่ายบริหารและฝ่ายปกครอง เนื่องจากประชาชนมักจะเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ ในการตัดสินคดีตลอดเวลา เนื่องจากเอกสารและหลักฐานส่วนมากจะอยู่ที่ฝ่ายบริหารและฝ่ายปกครองโดยส่วนใหญ่ ดังนั้น การปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนนั้น ต้องมีองค์กรที่เป็นตัวแทนของประชาชน หรือที่เรียกว่าฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นผู้ออกกฎหมาย เพื่อจำกัดการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารและฝ่ายปกครอง หากฝ่ายบริหารและฝ่ายปกครองจะกระทำการใดๆ ฝ่ายนิติบัญญัติต้องมีกฎหมายให้อำนาจ ซึ่งเท่ากับว่าประชาชนยินยอมที่จะให้รัฐดำเนินการ แต่ปัญหาที่ตามมาคือ หลังจากที่ฝ่ายนิติบัญญัติออกกฎหมายให้อำนาจแก่ฝ่ายบริหารและฝ่ายปกครองแล้ว มักจะเกิดข้อขัดแย้ง ในเรื่องการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน แม้จะมีการเขียนกฎหมายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างมาก แต่ก็เป็นเพียงกระดาษใบหนึ่ง ที่ไม่สามารถคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ เพราะสิทธิเสรีภาพของประชาชนมักจะถูกละเมิดอยู่ตลอดเวลา
"ดังนั้น การที่ฝ่ายนิติบัญญัติในฐานะผู้แทนประชาชนเป็นผู้ออกกฎหมาย ให้ฝ่ายบริหารและฝ่ายปกครอง ปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย โดยไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนนั้น เรียกว่า หลักนิติรัฐ คือ การปกครองโดยยึดหลักกฎหมาย เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่ในทางปฏิบัติ มันไม่เป็นเช่นนั้น เพราะประชาชนไม่สามารถควบคุมผู้แทนของตนเองได้ อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่า การเป็นผู้แทนนั้นมีวาระในการดำรงตำแหน่ง หากผู้แทนของประชาชน ไม่ปฏิบัติหน้าให้สมกับเป็นผู้แทน การเลือกตั้งในสมัยหน้า ก็จะได้ไม่ได้รับการเลือกจากประชาชนอีก ระบบนี้จึงเรียกว่าระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่ในประเทศไทย ไม่ทราบว่าจะเป็นเช่นนี้หรือไม่"นายหัสวุฒิ กล่าว
นายหัสวุฒิ กล่าวด้วยว่า สำหรับองค์กรที่มีความอิสระแยกออกจากฝ่ายบริหารฯและฝ่ายนิติบัญญัติ และต้องเป็นองค์ที่มีหลักธรรมาภิบาล ในการตรวจสอบ ฝ่ายบริหารและฝ่ายปกครอง ว่าใช้อำนาจหน้าที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดหรือไม่นั้น คือ องค์กรศาล เพราะการวินิจฉัยคดีหรือการพิพากษาของศาลนั้น ต้องอยู่บนพื้นฐานบทบัญญัติของกฎหมาย ศาลไม่อาจตัดสินคดีได้ตามอำเภอใจ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีความพยายามในการเปลี่ยนแปลงศาลปกครองไปให้ไปอยู่ภายใต้ร่มเงาของศาลยุติธรรม ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น เท่ากับว่าประเทศเราต้องย้อนกลับไปก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ในการก่อตั้งศาลปกครองขึ้นมา ซึ่งเรื่องนี้น่าจะถามประชาชนว่าหากเป็นเช่นนั้นประชาชนจะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์อย่างไรบ้าง เพราะปัจจุบันผู้ชนะคดีส่วนใหญ่ในศาลปกครองร้อยละ 60 ยังเป็นหน่วยงานของรัฐอยู่ แต่ที่น่าสนใจคือร้อยละ 40 ประชาชนกลับชนะคดีในศาลปกครอง เพราะสมัยที่อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม ประชาชนไม่เคยชนะคดีแม้แต่ครั้งเดียว
นายหัสวุฒิ กล่าวต่อว่า ศาลปกครองใช้ระบบการไต่สวนเข้ามาช่วยในการพิจารณาคดี ตั้งแต่เริ่มกระบวนการ มีอำนาจในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และบุคลาการที่มีความชำนาญเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องในคดีต่างๆ แตกต่างจากศาลอื่นๆ ที่ใช้ระบบกล่าวหา ไม่มีการไต่สวนสืบข้อเท็จจริง เช่น การพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีแต่การกล่าวหา ไม่มีการไต่สวนพยาน เพียงแค่ให้ทั้งสองฝ่ายนำหลักฐานขึ้นมาหักล้างกันเท่านั้น ซึ่งถ้ากฎหมายกำหนดวิธีพิจารณาไต่สวนคดีเพียงแค่ระบบกล่าวหา ตนคิดว่าคำพิพากษามีปัญหาอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ศาลยุติธรรมรู้อยู่แล้วว่าระบบของตนเองมีจุดอ่อน จึงพยายามจัดสัมมนาเกี่ยวกับระบบไต่สวน เพราะบุคคลากรมีปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมากที่การจัดสัมมนาควรที่จะเอาปัญหาเข้ามาพูดเพื่อให้ระบบไต่สวนสามารถใช้ได้จริง ดังนั้นตนเห็นว่าระบบไต่สวนจะสามารถใช้ได้จริงในศาลยุติธรรม ก็ควรที่จะเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาในศาลยุติธรรม เพราะเนื่องจากในปัจจุบันบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมค่อนข้างที่จะมีอายุน้อยและยังไม่มีประสบการณ์ทำงานมากพอที่จะตัดสินคดี





