วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

มท.ยันไม่รับหนังสือขออนุญาตต่อสัญญาบีทีเอส

"จารุพงศ์" ยันไม่ได้รับหนังสือขออนุญาตต่อสัญญาบีทีเอสจาก กทม. โยนดีเอสไอสาง

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีได้ลงนามในหนังสือตอบข้อซักถามของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถึงอำนาจในการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอสว่า กระทรวงมหาดไทยได้ยืนยันไปยังดีเอสไอ นับตั้งแต่ปี 2535 ซึ่งมีการมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปลงนามในสัญญากับบีทีเอส แต่ทางกระทรวงมหาดไทยไม่เคยมอบอำนาจหรืออนุมัติให้มีการต่อสัญญาบีทีเอส

ต่อมาดีเอสไอได้ทำการสืบสวนสอบสวน จึงส่งเรื่องสอบถามมาที่ตน ซึ่งได้มอบหมายให้นายวัลลภ พริ้งพงษ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับฝ่ายกฎหมายของกระทรวงวิเคราะห์ความถูกต้อง โดยคณะทำงานได้สรุปความเห็นมีมติว่า กระทรวงมหาดไทยไม่เคยได้รับหนังสือจากกรุงเทพมหานครเพื่อขออนุญาตจากกระทรวงมหาดไทยต่อสัญญากับบีทีเอสแต่อย่างใดเลย ขณะที่กระทรวงมหาดไทยได้เคยมอบอำนาจให้กรุงเทพมหานครไปลงนามกับบริษัทบีทีเอสเพียงครั้งเดียว ทั้งนี้การต่อสัญญาใหม่ต้องทำในช่วง 5 ปี ก่อนหมดอายุสัญญา กระทรวงมหาดไทยโดยมอบอำนาจให้กทม.สามารถพิจารณาประกวดราคาใหม่หรือเจรจาต่อรองเพื่อต่อสัญญาได้ แต่ที่ผ่านมากทม.ไม่ได้ส่งเรื่องแจ้งขออำนาจในการต่อสัญญามาถึงกระทรวงมหาดไทย

“ผมสงสัยทำไมกทม.ไปต่อสัญญาได้ ทั้งที่ยังไม่ครบกำหนดเวลาในการต่อสัญญาตามสัญญาที่ทำไว้เดิม อีกทั้งการต่อสัญญา ได้ต่อสัญญายาวเกินกว่าอายุที่ควรจะทำได้ เท่ากับเป็นการขัดต่อสัญญาเดิม การที่กทม.ไปต่อสัญญาโดยใช้วิธีเล่นโวหาร ไม่ได้ต่อเองแต่ต่อกับบริษัทกรุงเทพธนาคม แล้วยืดอายุสัมปทานออกไปทั้งที่สัมปทานเดิมเหลืออายุอีก 17 ปี แต่ในสัญญาบอกไว้ว่า จะต่อได้ต้องพิจารณาก่อนหมดสัญญา 5 ปี ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาต่อสัญญา” รมว.มหาดไทย กล่าว

สำหรับเรื่องนี้ นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ในสมัยที่ดำรงผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย จะรู้เรื่องนี้ได้ดีที่สุด นอกจากนี้ตามกรอบเวลาเดิม 30 ปีเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับกิจการที่ยังไม่ดำเนินการอย่างรถไฟฟ้า แต่เมื่อเวลาผ่านไปมีความเจริญและมีเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีอย่างรถไฟฟ้ามีก็เช่นเดียวกัน อาจจะมีของใหม่ที่ดีและมีราคาเหมาะสมกว่านี้หรือไม่ คนที่ทำอะไรเพื่อประเทศชาติแล้วคิดเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองโดยไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเขาคงไม่ทำกันแบบนี้ อย่างไรก็ตามขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนเป็นเรื่องของดีเอสไอที่จะดำเนินการตรวจสอบและจะสรุปความเห็นเรื่องนี้