"ยิ่งลักษณ์"ไม่หวั่นปมนิรโทษกรรมกระทบบริหารประเทศ ลั่นเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่นายวรชัย เหมะส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ยืนยันเดินหน้าผลักดันเรื่องพ.ร.บ.นิรโทษกรรม รวมถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สไกป์มายังที่ประชุมพรรคเพื่อไทยครั้งล่าสุด เเละส่งสัญญาณให้เดินหน้าเรื่องดังกล่าวว่า คงต้องขออนุญาตเรียนคำตอบเดิมว่า เรื่องการออกพระราชบัญญัติเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งตอนนี้ทราบว่ามีหลายฉบับคงต้องให้ทางวิปทั้ง 3 ฝ่ายไปตกลงกันในรายละเอียดว่าจะอย่างไรต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สไกป์ว่าฝ่ายบริหารประเทศไม่ควรบริหารประเทศอย่างเดียว โดยไม่สนใจเรื่องการเมือง และเห็นว่าการบริหารประเทศกับการเมืองต้องเดินไปด้วยกันเพื่อความสมดุล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรียนว่าการบริหารประเทศกับการเมือง ยืนยันว่าเป็นของคู่กัน แต่ไม่ได้บอกว่าการบริหารทางการเมือง จะเกี่ยวข้องกับการร่างนโยบายหรือพ.ร.บ.ใดๆ เพราะเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งต้องเรียนว่าฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติต่างกัน โดยหน้าที่ฝ่ายบริหาร มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน คือเศรษฐกิจ ในแง่ของการเมือง คือการที่ทำอย่างไรให้ประชาชนคนไทยมีความสงบและมีความรักความสามัคคี ปรองดอง นี่คือเรื่องของการเมือง
เมื่อถามว่าได้สอบถามไปทางคณะกรรมการกฤษฎีกาถึงความคืบหน้าที่ให้ไปดูรายละเอียดในข้อกฎหมาย เกี่ยวกับเรื่องพ.ร.บ.ปรองดอง และ พ.ร.ก.นิรโทษกรรมหรือยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ได้ให้ฝ่ายเลขาฯติดตามอยู่ แต่ยังไม่ได้รับรายงานจากทางเลขากฤษฎีกา
เมื่อถามว่าเรื่องการเดินหน้าพ.ร.บ.ปรองดองถูกพ.ต.ท.ทักษิณกดดันหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธว่า"ไม่หรอกค่ะ ทุกอย่างจริงๆแล้วต้องเรียนว่าเราอยากเห็นพี่น้องประชาชนมีทางออก และเราเห็นใจกับผู้ที่ประสบปัญหาต่างๆ ซึ่งเราเองอยากให้มีการพูดคุยกันเพื่อหาทางออก เพราะวันนี้มีหลายอย่างที่จะทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพ.ร.บ.ปรองดอง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั้นเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่จะพูดคุยกันต่อไป ที่สำคัญพูดคุยอย่างไรให้มีทางออกด้วย"
เมื่อถามว่าเมื่อเดินหน้าเรื่องเหล่านี้ทีไรก็เจอกับดักเป็นการกระทบกับการบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่กระทบงานบริหารประเทศก็เดินไป อย่างที่เรียนตราบใดที่การพูดคุยกันทางการเมืองยังอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและอยู่ในความสงบ เราก็สามารถที่จะเดินหน้าได้ ก็ต้องเรียนว่าเราเองอยากเห็นเวทีที่มีการพูดคุยกัน เพื่อให้มีทางออก แต่ก็ไม่อยากเห็นการใช้ความรุนแรง ฉะนั้นการพูดคุยกัน เพื่อให้เกิดทางออกก็เป็นสิ่งที่ดี และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลายๆภาคส่วน และทุกส่วนที่เกี่ยวข้องก็เป็นสิ่งที่ควรจะสนับสนุน เมื่อถามว่า แสดงว่านายกฯไม่หวั่นว่าจะกระทบกับการบริหารประเทศ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่หวั่น





