วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้สวมรอยจดทะเบียนแรงงานพม่า5หมื่นคน

นักวิชาการระบุจีน เวียดนาม บังกลาเทศ สวมรอยจดทะเบียนเป็นแรงงานพม่า กัมพูชาและลาว ตามนโยบายพิสูจน์สัญชาติถึง50,000คน

รศ.กฤตยา อาชวนิจกุล นักวิชาการศูนย์ศึกษาการย้ายถิ่นมหิดล สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยข้อเท็จจริงและมิติของการจัดการแรงงานข้ามชาติ จากประเทศเพื่อนบ้านว่า สถานบันฯ เข้าไปเริ่มต้นศึกษาปัญหาดังกล่าวตั้งแต่แรก และถือว่า เป็นครั้งแรกที่มีการจัดให้มีการจัดประชุมให้ทุกภาคส่วน ตั้งแต่นายจ้าง ลูกจ้าง องค์กรด้านแรงงานมาพบกัน ซึ่งจำนวนตัวเลขแรงงานข้ามชาติที่มีการศึกษาปัจจุบัน ถูกแบ่งออกเป็๋น 5 กลุ่ม คือกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่จดทะเบียน หรือเรียกว่ากลุ่มผ่อนผัน ตัวเลข ณ ธ.ค.55 มีเพียง 167,881 คน, แรงงานข้ามชาติที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ หรือกลุ่มพิสูจน์สัญชาติ มี 733,603 คน ,แรงงานข้ามชาติที่เข้าประเทศโดยผ่านการบันทึกข้อตกลง ไทย,พม่า,ลาว,เขมร หรือ กลุ่มนำเข้า มี 93,265 คน ,แรงงานข้ามชาติที่ไม่ได้จดทะเบียน หรือกลุ่มใต้ดิน ไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน , และแรงงานกลุ่มที่มีทักษะ หรือมีฝีมือ จากพม่า,ลาว,เขมร มีอยู่เพียง 2,068 คนเท่านั้น

รศ.กฤตยา กล่าวอีกว่า ความทับซ้อนของแรงงานข้ามชาติไร้ฝีมือ สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ได้ชัดเจน คือ 1.แรงงานจากพม่า,ลาว,กัมพูชา ซึ่งมาจากกลุ่มผ่อนผัน,พิสูจน์สัญชาติ และนำเข้าตาม Mou มีการจดทะเบียนเลข 13 หลักขึ้นต้นด้วยเลข 00 , 2.ผู้พลัดถิ่นจากพม่า มีเลขทะเบียน 13 หลักขึ้นต้นด้วย 000 , 3.คนไร้รัฐ/ไร้สัญชาติ/ผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน มีเลขทะเบียน 13 หลักขึ้นต้นด้วย 0 และ 4.ชนกลุ่มน้อยที่มีสถานะทางทะเบียน มีเลขทะเบียน 13 หลักขึ้นต้นด้วยเลข 6,7 ซึ่งปัจจุบัน เกิดปัญหาชัดเจนขึ้นมาจากนโยบายการพิสูจน์สัญชาติ คือ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พบข้อมูลว่า ภายหลังการพิสูจน์สัญชาติมีชาวจีน เวียดนาม บังคลาเทศและอื่นๆ สวมรอยจดทะเบียนเป็นแรงงานพม่า กัมพูชาและลาว จำนวนถึง 50,000 คน และสถานบันฯ กำลังมีการศึกษาวิจัยเรื่องดังกล่าวด้วย

"มีคนที่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติแล้วว่า เป็นคนพม่า แต่ความเป็นจริงแล้ว เขาเป็นคนจีน เวียดนาม และทำงานอยู่ในประเทศไทยปัจจุบัน ซึ่งหลังจากนี้ทางสถาบันประชากรและสังคมจะนำเสนอผลการศึกษาวิจัยเรื่องนี้ สำหรับภาพรวมนโยบายของไทยกับแรงงานข้ามชาตินั้น ยังคงใช้ฐานคติของรัฐ และคนไทยส่วนใหญ่ มองแรงงานข้ามชาติอย่างไม่ไว้วางใจ และเพ่งโทษว่า อาจนำผลร้ายนานาประการมาสู่สังคมไทย นโยบายมองว่าเป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฏหมาย นโยบายจึงไม่ต่อเนื่อง ใช้การจัดการแบบปีต่อปีและตามสถานการณ์ และมาตรการขาดมุมมองเรื่องการคุ้มครองแรงงานเกือบสิ้นเชิง รวมทั้งขาดวิสัยทัศน์ในการสร้างนโยบายการย้ายถิ่นข้ามชาติแบบองค์รวมระยะยาว" รศ.กฤตยา กล่าว

รศ.กฤตยา กล่าวว่า ตัวเลขที่สำนักงานทะเบียน กรมการปกครอง รวบรวมจากการจดทะเบียน ตามเลขทะเบียน 13 หลัก ขณะนี้มีแรงงานข้ามชาติจำนวนถึง 3,500,000 คน ซึ่งอาจเป็นการนับซ้ำได้ ดังนั้นการจัดระบบแรงงานข้ามชาติจากประเทศพม่า กัมพูชา และลาว ตามมติ ครม.ตั้งแต่ปี 2535-2555 จะอาศัยอำนาจตามมาตรา 17 ตาม พรบ.คนเข้าเมือง พศ.2522 ด้วยการเปิดให้ผ่อนผัน ซึ่งดำเนินการโดยกระทรวงแรงงาน ใช้วิธีควบคุมยอดจำนวนแรงงาน โดยเริ่มจดทะเบียนครั้งแรกเมื่อปี 2539 ,2544 ,2547 ,2552 และล่าสุดคือปี 2554 แล้วให้เฉพาะแรงงานที่จดทะเบียน มาต่อทะเบียนในปีถัดไป