"สุกำพล"ลั่นไทยไม่เสียเปรียบนัดคุย"เตีย บันห์"บนพระวิหาร เชื่อใจเขมรเป็นเพื่อนไทยไม่มีวาระซ่อนเร้น
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม พร้อมด้วยพล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เสนาธิการทหารบก พล.ท.วรวิทย์ ดรุณชู เจ้ากรมกิจการแดนทหาร และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเดินทางลงพื้นที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหาร เพื่อร่วมรับประทานอาหารและหารือปัญหาชายแดนเขาพระวิหารกับพล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมกัมพูชา
พล.อ.อ.สุกำพล ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางว่า ภารกิจแรก คือ ไปเยี่ยมทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนเขาพระวิหารและบริเวณใกล้เคียงจึงได้ถือโอกาสนัดพล.อ.เตีย บันห์ หารือร่วมกันในหลายเรื่องที่ยังมีปัญหาอยู่ระหว่างไทยกับกัมพูชา การหารือครั้งนี้เป็นการสานต่อจากที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้หารือเรื่องปัญหาชายแดนกับสมเด็จฮุน เซน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ พระวรราชบิดาแห่งกัมพูชา เมื่อ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการมอบหมายให้ตนและพล.อ.เตีย บันห์ดำเนินการสานต่อจากระดับรัฐบาลที่ได้มีการหารือกันก่อนหน้านี้ ซึ่งการเดินทางไปวันนี้ ตนไปในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา(จีบีซี) คาดว่าจะใช้เวลาหารือร่วมกันประมาณ30 นาที เพราะไม่มีอะไรมาก ทุกอย่างค่อยๆดำเนินการบนพื้นฐานของประเทศที่มีอาณาเขตติดกัน จนโลกแตกไปข้างหนึ่ง เพราะหนีกันไม่ออก ต้องเป็นเพื่อนกันและเป็นฝาแฝดติดกันตลอด เพราะฉะนั้นต้องมีความเข้าใจและนุ่มนวลต่อการดำเนินการทั้งสองฝ่าย ค่อยๆพูดจากัน ไม่ใช้กำลังและความรุนแรง ซึ่งเป็นเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่เดินทางไปในวันนี้
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศ และเหล่าทัพ ได้ท้วงติงและเป็นห่วงว่า การหาหรือที่ปราสาทเขาพระวิหารจะมีผลกระทบต่อคดีที่ศาลโลกจะตัดสินปลายปีนี้ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า “ ไม่มีครับ เป็นข้อห่วงใยส่วนตัวเล็กน้อย ไม่ได้มีอะไร เราก็ฟังไว้ และไม่อยากให้มีอะไรอย่างนั้นเกิดขึ้น และคงไม่เป็นอย่างนั้น เพียงแค่ขึ้นไปเฉยๆ” เมื่อถามต่อว่า เชื่อมั่นว่าทางกัมพูชาจะไม่มีวาระซ่อนเร้นในการใช้ปราสาทพระวิหารเป็นสถานที่หารือ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า “อย่าไปถามให้เขาได้ยินนะ ถ้าคนเป็นเพื่อนกันแล้วถามกันแบบนี้ก็คงไม่ต้องเป็นเพื่อนกัน ต้องเชื่อมั่น” เมื่อถามอีกว่าเกรงว่า การไปหารือครั้งจะทำให้ไทยเสียเปรียบในการสู้คดีหรือไม่ เพราะกัมพูชาต้องการแสดงสัญลักษณ์และหยิบยกมาเป็นข้อได้เปรียบ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า “ถ้าคิดอย่างนั้นก็ไม่ต้องทำอะไร อยู่เฉยๆ ผมเชื่อว่า ไม่เสียเปรียบ ถ้าคิดว่าเสียเปรียบผมจะไปทำไม อย่าถามอย่างนี้ ไม่เอา เราเป็นตัวแทนประเทศไปเจอ อย่าไปถามอย่างนี้”
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการเปลี่ยนสถานที่จากปราสาทพระวิหารเป็นโรงแรมสุรินทร์มาเจสติก จ.สุรินทร์ ทำให้กัมพูชาไม่ยอมมา แต่สุดท้ายไทยกลับไปใช้พื้นที่ปราสาทพระวิหารอีก พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า หากใช้สถานที่ของโรงแรมจะได้รับความสะดวกมากกว่า แต่เวลากระชั้นชิดมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน จึงคิดว่า กลับไปใช้สถานที่ปราสาทพระวิหารเช่นเดิมจะดีกว่า แค่นั้นเองไม่ได้มีปัญหาอะไร





