วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยธ.นัดถกเงื่อนไขผู้กลับใจตามม.21พรุ่งนี้

ยุติธรรมนัดประชุม ศปก.กปต.ถกเงื่อนไขคัดกรองผู้กลับใจตามม. 21 วางกรอบป้องกันแบล็กลิสต์สบช่องฟอกตัว แจงประเมินผล 6 เดือน

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการบังคับใช้กฎหมายและบริหารงานยุติธรรมในศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) กล่าวว่า ในวันพรุงนี้(22 ก.พ.) เวลา 09.00 น. กระทรวงยุติธรรมจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมร่วมกันระหว่างหน่วยบังคับใช้กฎหมายประกอบด้วย ตำรวจ อัยการ ทหาร สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราขอาณาจักร(กอ.รมน.)โดยในส่วนของกระทรวงยุติธรรมพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม และนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม จะเข้าร่วมการประชุมในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้มีหน้าที่ให้คำแนะนำและแก้ไขปัญหาการบังคับใช้กฎหมายเฉพาะในทางปฏิบัติ ซึ่งจะต้องพิจารณาข้อมูลที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้งข้อมูลด้านสถิติเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ที่มีอยู่เพื่อนำมาพิจารณาประกอบกับการใช้มาตรา 21 ตามพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร 2551 ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาว่ากอ.รมน.ในฐานะผู้ปฏิบัติมีปัญหา อุปสรรคใดบ้างในการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา

นายชาญเชาวน์ กล่าวอีกว่า ประเด็นที่กระทรวงยุติธรรมต้องรับฟังคือการบังคับใช้มาตรา 21 จะบังคับใช้กับกลุ่มใดบ้าง เพราะมาตรา 21 ไม่ได้หมายถึงคนทุกกลุ่มแต่ต้องมีเงื่อนไขและกระบวนการคัดกรองโดยฝ่ายปฏิบัติคือกอ.รมน. รวมถึงการพิจารณาว่าจะใช้ในพื้นที่ใดบ้าง เนื่องจากมาตรา 21 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการสร้างสันติภาพในพื้นที่เท่านั้น อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวแล้วแต่การบังคับใช้กฎหมายฉบับอื่นก็ยังมีอยู่

"การดึงกลุ่มคนที่เห็นต่างจากรัฐมารายงานตัวและเข้ารับการอบรมแทนการถูกฟ้องคดีจะต้องเกิดจากความสมัครใจ ส่วนพวกแกนนำหรือกลุ่มที่มีคดีติดตัว หรือถูกขึ้นบัญชีดำต้องมีเงื่อนไขกำหนดให้ชัดเจนว่า จะสามารถเข้าสู่มาตรา 21 ด้วยได้หรือไม่ เพราะกระบวนแล้วไม่ได้หมายถึงเมื่อเข้าสู่มาตรา 21 แล้วเรื่องจะจบลง แต่ต้องติดตามและประเมินผลในช่วง 6 เดือนที่เข้ารับการอบรมเพื่อรายงานต่อศาลว่ากลับใจจริงหรือ ไม่สิทธิการฟ้องคดีจึงจะระงับไปได้ แต่หากระหว่าง 6 เดือนยังมีปัญหาก็ต้องมีการพิจารณาอีกครั้ง ส่วนที่มีข้อกังวลว่าบางกลุ่มอาจใช้มาตราดังกล่าวเพื่อฟอกตัวหนีคดีนั้น เป็นหน้าที่หน่วยบังคับใช้กฎหมายต้องพิจารณาให้รอบคอบ"รองปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าว

การประชุม จำเป็นต้องนำสถิติของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่มาประกอบการพิจารณา เพราะทุกหน่วยต้องทำงานอย่างบูรณาการเพื่อส่งข้อมูลให้ศาลกลั่นกรองกลุ่มบุคคลอีกครั้ง ส่วนตัวไม่อยากให้มองว่า มาตรา 21 จะนำมาใช้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะด้านหรือไม่ เพราะปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ การแก้ไขมีหลากหลายมิติและมีความเหมาะสมตามแต่สถานการณ์การใช้มาตรา 21 เป็นเพียงมาตรการหนึ่งในหลายมาตรการที่นำมาใช้