วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ธาริต'โยนก.ล.ต.ชี้ขาดกองทุน'บีทีเอส โกรท'

"ธาริต"แจงการระดมทุนขายกองทุนรวม"บีทีเอส โกรท"ไม่เกี่ยวข้องกับคดีต่อสัญญาสัมปทานไม่ชอบ โยนก.ล.ต.ชี้ขาด

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทำหนังสือสอบถามการตรวจสอบเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางรางบีทีเอส โกรท ซึ่งเป็นกองทุนที่มีการยื่นขอจัดตั้งกองทุนขึ้น เพื่อระดมทุนเข้าบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์จัดการบัวหลวง เพื่อนำประกอบการ โดยบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้เสนอขายกองทุนรวมดังกล่าวให้กับประชาชนทั่วไปนั้น

นายธาริต กล่าวว่า จากการตรวจสอบหลักฐานของดีเอสไอพบว่า การระดุมทุนดังกล่าว เป็นเรื่องที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นส่วนต่อขยายสัญญาโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งพบมีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 11 ราย ซึ่งได้เรียกมารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้ว โดยขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา

"ดีเอสไอใช้เวลาในการตรวจสอบประเด็นการจัดตั้งกองทุนรวม ประมาณ 2 สัปดาห์ และได้แจ้งไปยังกลต.แล้วว่า ผลการพิจารณาการจัดจั้งกองทุนรวมฯ ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีบีทีเอส กรณีต่อสัญญาโดยมิชอบ ซึ่งเมื่อวันที่ 19 ก .พ.ที่ผ่านมาดีเอสไอได้ส่งหนังสือแจ้งให้ก.ล.ต.รับทราบผลการตรวจสอบแล้ว" นายธาริต กล่าว

ก่อนหน้านี้ดีเอสไอเคยแถลงข่าวถึงการตรวจสอบกรณีมีการนำสัญญาต่อขยายอายุสัมปทานของบีทีเอสไปขอจัดตั้งกองทุนรวมดังกล่าว ว่าอาจเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงฉ้อโกงประชาชน โดยมีการมอบหมายให้พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร ดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งเบื้องต้นระบุว่าการที่บีทีเอสนำเอารายได้ซึ่งเกิดขึ้นในอนาคตของบริษัทซึ่งได้จากการทำสัญญาต่อเนื่องออกไปขายให้กับกองทุนนี้ที่มีมูลค่าประมาณการณ์สูงถึง 5-6 หมื่นล้านบาท อาจเข้าข่ายกระทำผิดพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และเข้าข่ายหลอกลวงให้ประชาชนหลงเชื่อนำเงินมาซื้อหน่วยลงทุน โดยตั้งข้อสังเกตว่ากองทุนดังกล่าวเป็นผลมาจากรณี กทม.โ ดยบริษัท กรุงเทพธนาคมฯ ทำสัญญากับบีทีเอส ระยะเวลา 30 ปี อย่างเร่งด่วนส่อเจตนาตั้งแต่แรกว่า การทำสัญญาดังกล่าวน่าจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของเอกชนในการนำผลของสัญญาไปร่วมกันจัดตั้งกองทุน เพื่อหาผลประโยชน์