"สวนสุนันทา"จัดดีเบต 5 ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.จำลองหยั่งเสียงวันหย่อนบัตร 3 มี.ค. เจอทักท้วงจนล่ม
สถานีโทรทัศน์ทีเอ็นเอ็น 24 ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา จัดการแสดงวิสัยทัศน์ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ที่หอประชุมสุนันทานุสรณ์ มีผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย 1.ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาธิปัตย์ 2.พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวศ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. 3.นายสุหฤท สยามวาลา ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. 4.นายโฆษิต สุวินิจจิต ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. และ5.พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคเพื่อไทย มีผู้เข้าร่วมฟังการแสดงวิสัยทัศน์ทั้งประชาชน สื่อมวลน และนักศึกษารวมกว่า 200 คน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ตอบปัญหาการแก้ปัญหาด้านจราจรว่า ภายใน 5 ปีเราจะก้าวสู่วิกฤติจราจร มีการเพิ่มการจดทะเบียนรถทุกวัน อีกไม่ช้าจะมียานพาหนะในกรุงเทพฯ 7 ล้านคัน และจะมีรถยนต์เข้ามาอีกระลอกใหญ่ตามนโยบายนรถคันแรก ขณะเดียวกันรัฐบาลกำลังก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนแบบรางหลายพื้นที่ ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นผู้ว่าฯกทม.ต้องบรรเทาปัญหา และวางแผนใน 4 ปี หากตนกลับไปเป็นผู้ว่าฯกทม.จะแบ่งการแก้ปัญหาเป็น 3 ระยะ 1.ระยะสั้นจะลดค่าโดยสารส่วนต่อขยายของกทม.เป็น 10 บาท ปรับปรุงแอพลิเคชั่นของกทม.เพื่อรายงานข้อมูลการจรจร และหาที่จอดรถยนต์เพิ่มเติมในการเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนแบบราง 2.ระยะกลางสร้างสะพานแม่น้ำเจ้าพระยาที่เกียกกาย สร้างทางลัดในซอยต่างๆ สร้างอุโมงค์รอดใต้ทางรถไฟ 5 จุด และ3.ระยะยาวสร้างระบบขนส่งมวลชนแบบราง เพราะต้องปรับสัดส่วนร้อยละ 60 ให้ใช้ระบบขนส่งมวลชน ส่วนอีกร้อยละ 40 ใช้รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งขณะนี้กทม.ได้ศึกษาระบบโมโนเรลจำนวน 5 เส้นทางไปแล้ว โดยเริ่มเส้นทางที่วัชรพล-ลาดพร้าว เป็นต้น
พล.ต.อ.พงศพัศ ตอบคำถามการแก้ปัญหาขยะ น้ำเน่า และสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพฯ ว่า ปัญหากรุงเทพฯเป็นของทุกคน ตนจึงวางยุทธศาสตร์ไร้รอยต่อ สิ่งใดเกินกำลังมีความจำเป็นที่ผู้ว่าฯกทม.ต้องคิดนอกกรอบไปหากลไกมาแก้ปัญหา โดยในชุมชนระดับล่างมีปัญหาที่รอการแก้ไขทั้งเรื่องอาชญากรรม ยาเสพติด ปัญหาขยะ น้ำเน่า ต้องรีบไปดำเนินการโดยเฉพาะปัญหาขยะ เห็นว่าอยากให้กทม.เป็นพี่เลี้ยงในการกระจายงบประมาณให้คณะะกรรมการชุมชนเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาของตัวเอง เริ่มจากกระบวนการคัดแยกขยะจากบ้าน หรือชุมชนเป็นที่แรก กทม.จะมีถังขยะแยกประเภทแยะสีไว้ที่หน้าบ้าน ส่วนเรื่องน้ำเน่าเสียนั้นต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยกระบวนการกำจัดน้ำเสียก่อนปล่อยสู่ลำคลอง นอกจากนี้ ปัญหาสิ่งแวดล้อมจำเป็นต้องสร้างต้นไม้เพิ่มเติม การสร้างสวนสาธารณะชุมุชนจึงมีความจำเป็น และเรื่องสายไฟลงดินตนจะไม่ให้มีการตัดต้นไม้ที่ติดสายไฟ ตนจะประสานรัฐบาล หากจำเป็นต้องนำสายไฟลงดินก็ต้องทำ ทั้งนี้ สิ่งใดเป็นอำนาจของผู้ว่าฯกทม.จะทำทันที แต่หากสิ่งใดผู้ว่าฯกทม.ทำไม่ได้ก็ต้องประสานต่อไป โดยไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
"อำนาจผู้ว่าฯกทม.ไม่เอื้ออำนวยเพราะเรื่องกฎหมาย จึงมีความจำเป็นต้องวางยุทธศาสตร์ทำงานกับรัฐบาลอย่างไร้รอยต่อ ผมจึงนำเสนอว่าอะไรที่ผู้ว่าฯกทม.ทำได้ต้องทำทันที แต่ต้องขอความร่วมมือเพื่อระดมทรัพยากรทุกส่วน หากไม่ทำแบบนี้จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่หมักหมมไว้ได้"พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว
นายโฆษิต ตอบคำถามการรับมือน้ำท่วมในกรุงเทพฯว่า กรุงเทพฯเป็นที่ลุ่มต่ำ แต่ตอนนี้เกิดผิดพลาดเป็นที่กีดขวางทางน้ำ ระยะสั้นต้องมีการปรับความลาดเอียงใหม่ให้น้ำไหลออกแม่น้ำเจ้าพระยา ตนจะเริ่มตรวจระดับผิวดินและท่อระบายน้ำแต่ละพื้นที่ และให้เครื่องสูบน้ำเตรียมให้พร้อมใช้ อุโมงค์ระบายน้ำทุกแห่งต้องใช้ได้ ถ้าตนเป็นผู้ว่าฯกทม.จะวางแผนระยะยาวร่วมกับรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นเพื่อไทย หรือประชาธิปัตย์ เพราะผู้ว่าฯกทม.เป็นอิสระจากพรรคการเมือง หากปล่อยให้พรรคการเมืองส่งใครก็ได้มาเป็นผู้ว่าฯกทม.จะยุ่งอีกหรือไม่ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมก็ติดขัดในตรงนี้ ดังนั้นการแก้ปัญหาระยะยาว การไม่ทะเลาะกันก็แก้ปัญหาได้ น้ำท่วมเพราะนักการเมืองทะเลาะกัน มหาอุทกภัยไม่ใช้ปัญหาของกรุงเทพฯอย่างเดียว จึงต้องเริ่มให้เป็นทีมชาติไทยโดยทุกจังหวัดนั่งคุยกับรัฐบาล เอาดรีมทีมผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมานั่งโต๊ะเดียวกันเท่านั้น
"กรุงเทพฯใหญ่ไป หรือผู้ว่าฯกทม.เล็กไป เรื่องขนาดไม่ใช่ปัญหา จึงมีการกระจายอำนาจไปท้องถิ่น ให้มีการดูแลกันเอง เป็นอิสะ ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมือง จึงอยู่ที่ผู้บริหารมาแก้ปัญหากรุงเทพฯไม่ใช่เอาการเมืองมาขัดแย้ง จึงต้องเปลี่ยนการบริหารใหม่เป็นแบบเอกชน ถ้าบริหารเป็นกรุงเทพฯแก้ง่ายมาก"นายโฆสิตกล่าว
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตอบปัญหาหาบเร่แผงลอยบนทางเท้าว่า ตนมีความเด็ดขาด คิดกล้าทำ ปัญหาเหล่านี้ง่ายสำหรับตน โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีของกทม.ตนจะจัดเก็บเป็นแสนล้านให้ได้ ตนมีวิธีการกล้าทำมานานแล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นผู้ว่าฯกทม.ทุกคนในอดีตไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ตามหลักการก็สามารถเอาผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ นอกจากนี้ ในการแก้ปัญหาทะเบียนราษฎร์ ผู้ว่าฯกทม.ต้องสามารถไปตรวจสอบทะเบียนราษฎร์โดยไม่ต้องขอหมายจากศาล เพื่อค้นสิ่งผิดกฎหมายทั้งคนหลบหนีเข้าเมือง หรือยาเสพติด หากใช้กฎหมายปัญหาไม่ต้องเป็นเรื่องทางเท้าทุกอย่างจะลดลง ส่วนปัญหาหาบเร่แผงลอยต้องจัดระเบียบ 1 เดือนจะเสร็จเรียบร้อย อาทิ ย่านเยาวราช จะมีการแบ่งโซนต่่างๆตามซอยให้ชัดเจน ขณะที่พื้นที่รอบนอก มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบังจะจัดพื้นที่ให้เเช่นกัน ที่สำคัญจะสร้างตลาดลอยฟ้าให้มีการค้าขายด้วย
"ผมกล้าคิด กล้าทำ ไม่กลัวตาย ด้วยหลักยึดกฎหมาย นักการเมือง ข้าราชการสยบหมด ส่วนอำนาจผู้ว่าฯกทม.มีอยู่แล้ว แต่คนไม่กล้าคิดกล้าทำ ปัญหาต่างๆในกรุงเทพฯ ไม่ต้องแก้กฎหมาย แค่กล้าคิด กล้าตัดสินใจ อย่าให้มีผลประโยชน์แอบแฝงก็พอแล้ว"พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว
นายสุหฤท ตอบปัญหาอาคารร้างในกรุงเทพฯว่า ตนได้ลงพื้นที่ชุมชนจากการเดินล้านก้าว ได้พูดคุยกับครูที่อยู่ในชุมชนพบว่าปัญหายาเสพติดในชุมชนมีจำนวนสูงมาก ซึ่งชุมชน 2 พันกว่าแห่งไม่ได้จะย้ายไปที่ตึกหรือที่อื่น แต่สามารถทำชุมชนให้สะอาดได้จากคนในชุมชนเอง สามารถจับกลุ่มให้โรงเรียนเร่ร่อน โดยเริ่มจากให้เด็กปลอดภัยจากยาเสพติด ชุมชนไม่ใช้แดนมืดที่ใครจะเข้าไปไม่ได้ ต้องเริ่มจากความสะอาด มีการจัดเก็บขยะ มีโรงเรียน เมื่อทำชุมชนให้ดียาเสพติดจะลดลงไปจำนวนมาก ส่วนเรื่องอาชญากรรมจะต้องเพิ่มหน่วยกู้ภัยให้ทัดเทียมนานาชาติ โดยนำงบประมาณส่วนหนึ่งเข้าไปเพิ่มเติม เพื่อให้หน่วยกู้ภัยสามารถข้าไปตรวจสอบแหล่งที่มีโอกาสเกิดยาเสพติด และอาชญากรรมได้ นอกจากนี้จะจัดให้มีชุมชุนอาสา เพื่อเข้ามาช่วยดูแลประชาชนในแต่ละพื้นที่ให้มีความปลอดภัย
"วันนี้ต้องกระจายอำนาวจใน 50 เขต กระจายไข่ดาวให้ครบ 50 ใบ โดยนำนักการตลาด นักผังเมือง เข้าไปคุยกับเขต และสร้างให้เมืองหลวงเล็กลง เพื่อให้ความเจริญกระจายออกไป ให้แต่ละเขตมีจุดแข็งของตัวเอง ส่วนหนึ่งต้องให้เทศกิจมีบทบาทเพิ่มเติม เรื่องนี้ไม่ใช้เพ้อฝัน สามารทพได้จริง"นายสุหฤท กล่าว





