"ณัฐวุฒิ"เดินหน้าเอาผิด"หมอวรงค์"นำกระสอบข้าวโชว์กลางสภาฯ สร้างหลักฐานเท็จ-ใส่ร้ายรัฐบาล
นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวกรณีที่นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งกระทู้ถามสด เรื่องโครงการรับจำนำข้าวว่า ข้าวในโกดังเกิดการเน่าเสีย และเป็นข้าวที่ไม่ได้คุณภาพ พร้อมนำกระสอบข้าวที่อ้างว่าเป็นกระสอบข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลจากโกดังเก็บข้าวแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์มาประกอบการตั้งกระทู้ว่า ตนมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ไปตรวจสอบโกดังเก็บข้าวของรัฐบาลทุกโกดังที่อยู่ใน จ.สุรินทร์ ตามที่นพ.วรงค์กล่าวอ้าง ซึ่งวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ทางคณะทำงานตรวจสอบและกำกับดูแลการรับจำนำข้าวเปลือก จ.สุรินทร์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ออกไปตรวจสอบโกดังตามรหัสข้างกระสอบข้าวที่นพ.วรงค์ นำมา คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สหพืชผลท่าตูม
เบื้องต้นจากการตรวจสอบนั้นพบว่า โกดังเก็บข้างดังกล่าว เป็นคลังสินค้าที่ยังอยู่ในกระบวนการรับมอบข้าวสาร ยังไม่แจ้งปิดคลัง และมีข้าวหอมมะลิตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2555-2556 จำนวน 126,672 กระสอบ อีกทั้งจากการเก็บตัวอย่างข้าวสารมาตรวจสอบ พบว่า ข้าวสารมีสีขาวปกติ และได้รับการยืนยันจากผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าวประจำคลังกลาง (เซอร์เวเยอร์) ว่า เป็นข้าวตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
"จึงอยากทราบว่า นพ.วรงค์ นำกระสอบข้าว ดังกล่าวมาได้อย่างไร เนื่องจากข้าวที่จัดเก็บอยู่ในโกดัง โครงการรับจำนำข้าว อยู่ในการดูแลอย่างดี มีผู้ถือกุญแจ 3 คน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากทางจังหวัด เจ้าหน้าที่จาก บริษัทเซอร์เวเยอร์ และเจ้าหน้าที่คลังสินค้า ซึ่งการเปิดโกดังเพื่อจะไขกุญแจนั้นจะขาดคนใดคนหนึ่งไม่ได้ และถ้าหากนพ.วรงค์ นำออกมาได้ เท่ากับว่าเข้าข่าย ขโมยทรัพย์สินของทางราชการ และรับซื้อของโจร และหากนพ.วรงค์ ปฏิเสธว่าไม่ได้ นำมาจากคลังกลางห้างหุ้นส่วนจำกัด สหพืชผลท่าตูม ตามที่ระบุไว้ข้างกระสอบ ที่นำมาที่สภาฯนั้น เท่ากับว่า นพ.วรงค์ สร้างหลักฐานเท็จ ใส่ร้าย ป้ายสีรัฐบาลใช่หรือไม่"นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า ดังนั้นจึงขอเรียกร้องไปยังนพ.วรงค์ ให้ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าว ไม่ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องออกหมายเรียกตัวมาขี้แจง เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวมาชี้แจง เชื่อว่านพ.วรงค์ ต้องอ้างว่าอยู่ในสมัยประชุมสภาฯ เรื่องก็จะล่าช้าไปอีก อย่างไรก็ตามตนได้มอบหมายให้องค์การคลังสินค้า ไปแจ้งความกับสถานีตำรวจดุสิต เพื่อลงเป็นบันทึกประจำวัน พร้อมกันนี้ยังได้สั่งการให้ สำนักงานพาณิชย์ และองค์การคลังสินค้าจ.สุรินทร์ เข้าแจ้งความ สถานีตำรวจภูธรเมืองสุรินทร์ เพื่อดำเนินคดีแล้ว ทั้งนี้ยืนยันว่าทางกระทรวงพาณิชย์ ก็จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด





