ตัวแทน"แดง-เหลือง" ดอดหารือลับ "รองประธานสภาฯ"เสนอออกกฎหมายนิรโทษฯ 2 ฉบับ แยกผู้ชุมนุม - แกนนำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่งได้เชิญ ตัวแทนบุคคลจ่ากสามฝ่ายประกอบด้วย นายวรชัย เหมะ ส.ส. สมุทรรปราการ พรคเพื่อไทย ในฐานะตัวแทนของแดงนิติราษฎร์ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. เพื่อไทย ฐานะแกนนำ นปช. นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มาหารือถึงแนวทางการนิรโทษกรรม ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง รวมถึงแนวทางออกที่จะนำไปสู่การออกกฎหมายนิรโทษกรรม ทั้งนี้ในการหารือ ใช้เวลาร่วมสองชั่วโมง
ภายหลังการหารือ นายวรชัย ได้เปิดเผยว่าผลในเบื้องต้น เห็นตรงกันว่าจะออกร่างพระราชบัญญัติ จำนวนสองฉบับคือ 1.ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้กับประชาชน ที่มีการฝ่าฝืน พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และ 2. ร่าง พ.ร.บ.เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและความขัดแย้งทางการเมือง จะโฟกัสไปที่ผู้ยุยงปลุกปั่นการชุมนุม แต่รายละเอียดจะเป็นใครบ้างหรือแกนนำระดับใดจะให้กรรมการกลางเป็นผู้พิจารณา ทั้งนี้ในหลักการกฎหมายทั้วงสองฉบับ จะต้องตั้งกรรมการกลางขึ้นมาตรวจสอบว่าบุคคลใดที่เข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรม
ด้านนายปานเทพ กล่าวว่า มาในวันนี้มาในฐานะส่วนตัวไม่ได้มาในฐานะแกนนำพันธมิตรฯ และที่มาเพราะนายเจริญ เชิญหมาหารือถึงแนวคิดที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม โดยนายเจริญบอกว่าเป็นการคุยกันเพื่อรับฟังความเห็นและขจัดความขัดแย้งนอกสภาต่อแนวความคิดการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เบื้องต้นตนเห็นด้วยในหลักการ แต่กฎหมายนิรโทษกรรมที่ออกมา ก็อยากให้ยึดข้อเสนอของนางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ที่ระบุว่า หากนิรโทษกรรมไปแล้ว บุคคลที่เข้าข่ายจะได้รับการนิรโทษฯ ต้องยอมรับผิดและเมื่อสำนึกผิดแล้วก็และทำสัญญาว่าจะไม่กระทำความผิดลักษณะเดิมซ้ำสอง นอกจากนี้ ความเห็นของนางนิชาก็สอดคล้องและได้รับการยอมรับจากนายอภิสิทธิ์ ส่วนข้อความเห็นของกลุ่มพันธมิตร ยึดในหลักการเดิมคือ จะยังคงต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป เนื่องจากเห็นว่าการชุมนุมของพันธมิตรเป็นการชุมนุมโดยสงบ แต่ถูกประกาศ พ.ร.ก.มาครอบเอาไว้ ซึ่งเราไม่ใช่คนผิดและกำลังต่อสู้เรื่องนี้ และแกนนนำก็ยังคงต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ต่อไป
ขณะที่นายก่อแก้ว กล่าวว่า ตามผลการหารือเบื้องต้นที่จะมีการออกร่าง พ.ร.บนิรโทษกรรมสองฉบับเป็นแนวคิดที่นายปานเทพ เป็นผู้เสนอในวงหารือ ซึ่งหลักการตนเห็นด้วย แต่เชื่อว่าจะมีข้อถกเถียงกันอย่างมากมาย และทำให้การอออกกฎหมายไปบังคับใช้เกิดความยุ่งยาก โดยเฉพาะการตั้งกรรมการกลางมาพิจารณา ทั้งนี้แนวคิดการนิรโทษให้ประชาชนที่มีความผิดตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ตนเห็นด้วย เพราะจะได้รับเร็ว ส่วนอีกฉบับเป็นร่างเพื่อบรรเทาความขัดแย้งทางการเมือง ในวงหารือยังคงไม่ชัดเจนว่าบุคคลใดที่จะเข้าข่ายที่จะได้รับการนิรโทษกรรม โดยหลักการต้องให้กรรมการกลางเป็นผู้พิจารณา
นายก่อแก้ว กล่าวอีกว่า สำหรับการประชุมเป็นบรรยากาศที่ดี แบบปัญญาชนได้หารือร่วมกันทั้งนี้ได้คุยกันว่าอะไรที่พันธมิตรรับได้หรือรับไม่ได้โดยนายปานเทพ บอกว่าต้องไม่เขียนกฎหมายเพื่อให้อานิสงส์ล้างผิดใดๆกับพล.ต.ท.ทักษอิณการประชุมครั้งนี้ยังไม่ถือเป็นข้อสรุป และต้องหารือกับฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยจะนำเรื่องนี้ไปคุยกับแกนนำนปช. และในการประชุม ส.ส.วันที่ 19 ก.พ. คาดว่านายวรชัย จะนำเข้าหารือในที่ประชุมพรรค ทั้งนี้การหารือในวันนี้ไม่ได้พูดถึง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับของนายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธาน คอ.นธ.ส่วนร่างกฎหมายทั้งสองฉบับจะเขียนเมื่อไหร่นั้นคงต้องรออีกสักระยะ เพราะการหารือครั้งนี้เป็นแบบไม่เป็นทางการ





