คดีทุจริตนักการเมือง จับได้ 2 คือ"รักเกียรติ-กำนันเป๊าะ" เหลืออีก2 คือ"วัฒนา-ทักษิณ"
จับได้แล้ว
1. นายรักเกียรติ สุขธนะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คดีทุจริตยา เมื่อ28 ตุลาคม 2546 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุกนายรักเกียรติ สุขธนะ อดีต รมว.สาธารณสุขเป็นเวลา 15 ปี และให้ยึดทรัพย์สินมูลค่า 233 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับสินบนจากบริษัทยาจำนวน 5 ล้านบาท
นายรักเกียรติ สุขธนะ ถือเป็นรัฐมนตรีคนแรกที่ต้องโทษจำคุกคดีทุจริตรับสินบนตามการชี้มูลความผิดของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)
เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2546 ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษา คดี "ทุจริตยาและเวชภัณฑ์" ที่มี นายรักเกียรติ อดีต รมว.สาธารณสุข เป็นจำเลย แต่นายรักเกียรติได้หนีคำพิพากษา จากนั้นเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2546 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุกนายรักเกียรติ สุขธนะ อดีต รมว.สาธารณสุขเป็นเวลา 15 ปี และให้ยึดทรัพย์สินมูลค่า233 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับสินบนจากบริษัทยาจำนวน5ล้านบาท
นายรักเกียรติ ลอยนวลได้แค่ 1 ปี กับ 1 เดือนก็ถูกจับ โดยนายรักเกียรติ หนีหัวซุกหัวซุน ไปหลบอยู่ตามบ้านญาติและคนรู้จัก รอดพ้นสายตาตำรวจมาได้แต่ก็ต้องจนมุมเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2547 เพราะภัยตัวเองเมื่อป่วยเป็นโรคความดันและเบาหวานจึงต้องมาออกกำลังกายที่สวนสาธารณะทำให้มีคนจำหน้าได้ แม้ว่าจะอำพรางใบหน้าและติดไฝเม็ดใหญ่เหนือริมฝีปาก
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2552 นายรักเกียรติ ได้รับอิสรภาพจากเรือนจำคลองเปรม เนื่องจากได้รับการพักโทษ หลังมีความประพฤติดี ได้เลื่อนชั้นตามลำดับ จนเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม เมื่อเหลือโทษต่ำกว่า 1 ใน 3 ของโทษทั้งหมด ซึ่งเข้าตามเกณฑ์ได้รับการพักโทษ และเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ
12 พฤศจิกายน 2552 นายรักเกียรติ เข้าพิธีอุปสมบทและบวชเป็นพระจนถึงปัจจุบัน
2. นายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลแสนสุข
นายสมชาย คุณปลื้ม หลบหนีคดีอาญา 2 คดี คดีแรกคือ คดีที่ ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก นายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลแสนสุข เป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน ฐานความผิดต่อเจ้าพนักงาน ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร การจัดซื้อที่ดินทิ้งขยะของเมืองพัทยา ต.เขาไม้แก้ว จำนวน 140 ไร่ มูลค่า 93 ล้านบาท
สำหรับ คดีทุจริตซื้อที่ดินเขาไม้แก้ว อัยการจังหวัดชลบุรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมชาย กับพวกรวม 5 คน ในความผิดฐานร่วมกันทุจริตซื้อที่ดินทิ้งขยะ จำนวน 140 ไร่ มูลค่ากว่า 93 ล้านบาทเศษ โดยซื้อที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าในราคาไร่ละ 50,000 บาท นำไปขายให้กับเทศบาลเมืองพัทยา สูงถึงไร่ละ 668,000 บาท อันเป็นการทุจริต
ซึ่งศาลจังหวัดชลบุรีสั่งจำคุกนายสมชาย จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 5 ปี 4 เดือน เช่นเดียวกับศาลอุทธรณ์ และเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2549 ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
2.คดีจ้างวานฆ่ากำนันยูร ศาลอาญาและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาลงโทษจำคุกนายสมชาย เป็นเวลา 25 ปีในความผิดฐานร่วมกับนายภาสกร หอมหวล หรือ ส.ท.เหี่ยว จ้างวานฆ่านายประยูร สิทธิโชค หรือ "กำนันยูร"อดีตกำนัน ต.เสม็ด อ.เมืองชลบุรีโดยศาลให้รวมโทษกับคดีทุจริตเขาไม้แก้ว ดังนั้น นายสมชาย ถูกลงโทษทั้งสิ้นรวม 28 ปี 4 เดือน
ทั้งนี้ นายสมชาย ได้หลบหนีคดีไปตั้งแต่เมื่อครั้งศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษาในคดีแรกคือคดีทุจริตเขาไม้แก้วคือวันที่12กุมภาพันธ์ 2549 จนศาลฎีกาต้องเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปเป็นวันที่ 10 พ.ค 2549 และเพิ่งถูกจับตัวได้ในวันนี้ (30 ม.ค 56)
ยังจับไม่ได้
1.นายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อแผ่นดิน
นายวัฒนา หลบหนีคดี 2 คดี 1.คดีทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ทั้งนี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเมื่อ18 สิงหาคม 2551 พิพากษาจำคุก นายวัฒนา อัศวเหม ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อแผ่นดินเป็นเวลา 10 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขู่ หรือชักจูงใจให้ผู้อื่นร่วมออกโฉนดที่ดิน 1,900 ไร่ ทับที่คลองสาธารณประโยชน์ และที่สงวนหวงห้ามเพื่อนำไปขายให้กรมควบคุมมลพิษก่อสร้างโครงการบ่อบำบัดน้ำเสีย
2.คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินคลองด่าน ศาลแขวงดุสิตอ่านคำพิพากษาให้จำคุกและปรับนายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกับพวกจำเลยในคดีที่กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ซึ่งในกรณีนี้ ศาลพิพากษาจำคุกนายวัฒนา 3 ปี ฐานฉ้อโกงที่ดินและฉ้อโกง กรณีร่วมกันทุจริตจัดซื้อที่ดิน อ.คลองด่าน จ.สมุทร ปราการ 1,900 ไร่ มูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นคลอง ถนนสาธารณะ และป่าชายเลน ก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน
ทั้งนี้นายวัฒนา ปรากฏตัวต่อสาธารณชนครั้งสุดท้ายวันที่ 29 มิถุนายน 2551 ในพิธีแต่งงานลูกชาย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. จากนั้น ก็มีข่าวว่า ได้หลบหนีไปอยู่ที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา
2. พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
คดีที่ดินรัชดา 21 ตุลาคม 2551 ศาลฎีกาแผนคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 2 ปี กรณียินยอมให้คุณหญิงพจมานประมูลซื้อที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ถนนรัชดาภิเษก มูลค่า 772 ล้านบาท ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าอาจไม่ถูกต้อง เพราะพ.ต.ท.ทักษิณเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจในการกำกับดูแลหน่วยงานของรัฐ จึงไม่สามารถทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐได้ ซึ่งรวมถึงคู่สมรสได้
ในจำนวนผู้หลบหนีโทษตามคำพิพากษาของศาลฎีกาทั้งหมด มีเพียง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คนเดียวที่ขออนุญาตศาลออกนอกประเทศแล้วถือโอกาสหลบหนีคดี โดยไม่ยอมมารายงานตัวต่อศาลตามกำหนดในวันที่ 11 ส.ค. 2551
และทั้ง 4 คดี เมื่อถึงวันนัดอ่านคำพิพากษา จำเลยในคดีทั้ง 4 คดีไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลต้องเลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไป และออกหมายจับจำเลยให้มาฟังคำพิพากษาอีกครั้ง และเมื่อถึงวันนัดอ่านคำพิพากษาใหม่ ปรากฏว่าจำเลยในคดีทั้ง 4 คดีนี้ ต่างหลบหนีไม่มีใครมาฟังคำพิพากษาแม้แต่คดีเดียว ศาลฎีกาจึงต้องอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยทุกคดี





