ตร.หาข่าว-ภาพวงจรปิดคนร้ายบุกยิงASTV

ตร.หาข่าว-ภาพวงจรปิดคนร้ายบุกยิงASTV

ตำรวจแบ่งหน้าที่หาข่าว-ภาพวงจรปิดใกล้เคียง คดียิงรถข่าวของสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี

พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช ผกก.สน.ชนะสงคราม เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.น.1 และฝ่ายสืบสวน สน.ชนะสงคราม ได้ร่วมประชุมความคืบหน้ากรณีคนร้ายบุกยิงรถข่าวของสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีได้รับความเสียหาย 4 คัน บริเวณหน้าบ้านเจ้าพระยา พร้อมกับยิงกระจกอาคารอนุรักษ์ภายในเครือของเอเอสทีวีจนได้รับความเสียหาย เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา

พ.ต.อ.จักรภพ เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งจากทาง พ.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กำชับให้เร่งคลี่คลายคดีดังกล่าว โดยวันนี้ได้เรียกทางชุดสืบสวน บช.น. บก.น.1 และฝ่ายสืบสวน สน.ชนะสงคราม เพื่อนำภาพวงจรปิดที่ได้ทั้งหมดนอกเหนือจากที่ได้จากบ้านเจ้าพระยาของบริษัท เอเอสทีวี ผู้จัดการ จำกัด มาประมวลภาพวิเคราะห์ถึงรูปพรรณสัณฐานคนร้ายและจำลองเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ เพื่อแบ่งหน้าที่ในการหาข่าว โดยจะให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่กระจายกำลังหาข่าวบริเวณรอบและใกล้เคียงรวมถึงซอยที่คนร้ายใช้เป็นเส้นทางหลบหนี เพื่อเร่งหาพยานแวดล้อมใช้เป็นเบาะแสสำคัญในการติดตามตัวคนร้าย

ซึ่งความคืบหน้าขณะนี้ถือว่ายังไม่มากนัก ต้องเร่งหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมและภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงที่คนอาจเห็นเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี รวมถึงการสอบปากคำพยานแวดล้อมซึ่งวานนี้สอบไปแล้ว 2 ปาก และในวันนี้จะทำการสอบเพิ่มอีกจำนวน 3 ปาก รวมถึงการนัดผู้บริหารของทางบริษัท เอเอสทีวี ผู้จัดการ จำกัด เข้าให้ปากคำในวันพรุ่งนี้ (28 ม.ค.) ซึ่งต้องทำการนัดเสียก่อนว่าจะเป็นผู้บริหารท่านใดมาพบ ส่วนปมสาเหตุนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด โดยไม่ได้ให้น้ำหนักไปทางด้านใดเป็นพิเศษ จะต้องรอพยานหลักฐานทั้งหมดประกอบกับคำให้การของทางผู้บริหารบริษัท เอเอสทีวี ผู้จัดการ จำกัด เสียก่อนว่ามีความขัดแย้งกลุ่มใดและสงสัยใครบ้าง ซึ่งหลังจากประชุมเสร็จสิ้นจะมีการรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาให้ทราบอีกครั้ง

ด้าน พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ ผู้บังคับการกองสารนิเทศ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า คดีนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้สั่งการในที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.)ให้เร่งรัดสืบสวนสอบติดตามตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว พร้อมทั้งกำชับให้ทำคดีอย่างรอบคอบ ตรงไปตรงมา นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 รายงานความคืบหน้าของคดี ทั้งการสืบสวนสอบสวน การรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ผ่านทาง ศปก.ตร. ทั้งนี้ ยืนยันว่าคดีนี้ตำรวจไม่นิ่งนอนใจ และพร้อมจะให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่