ทรัมป์เล็งคุมดอกเบี้ยบัตรเครดิต ‘อย่าเกิน 10% เป็นเวลา 1 ปี’

ทรัมป์เล็งคุมดอกเบี้ยบัตรเครดิต ‘อย่าเกิน 10% เป็นเวลา 1 ปี’

ทรัมป์ออกโรงเขย่าวงการการเงินสหรัฐ ชูแนวคิด ตั้งเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต ‘ไม่ให้เกิน10%’ จากแต่เดิม ‘สูงถึง 20-30%’ หวังช่วยเหลือประชาชนผู้เป็นหนี้ ท่ามกลางเสียงต้านจากภาคธนาคารและคำถามเรื่องอำนาจตามกฎหมาย

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต้องการให้มีการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต “ไม่เกิน 10% เป็นเวลา 1 ปี” จากแต่เดิมสูงถึง 20-30% โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 มกราคมปีนี้ 

ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 ทรัมป์เคยให้คำมั่นในประเด็นนี้ ซึ่งเขาเป็นผู้ชนะ แต่ในขณะนั้นนักวิเคราะห์จำนวนมากมองข้ามคำประกาศดังกล่าว โดยระบุว่า มาตรการลักษณะนี้จำเป็นต้องได้รับ “ความเห็นชอบจากสภาคองเกรส”

สมาชิกสภานิติบัญญัติจากทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันต่างแสดงความกังวลต่ออัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง และเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยปัจจุบันพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากอย่างฉิวเฉียดทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร

ที่ผ่านมา มีความพยายามในเชิงกฎหมายบางส่วนในสภาคองเกรสเพื่อผลักดันข้อเสนอลักษณะนี้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ และในโพสต์ดังกล่าว ทรัมป์ก็ไม่ได้แสดงการสนับสนุนอย่างชัดเจนต่อร่างกฎหมายฉบับใดเป็นการเฉพาะ

ทรัมป์เขียนบนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า “ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2026 เป็นต้นไป ผมในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐ จะเรียกร้องให้มีการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ 10% เป็นระยะเวลา 1 ปี”

“ขอให้รับทราบว่า เราจะไม่ยอมให้ประชาชนชาวอเมริกันถูก ‘เอาเปรียบ’ โดยบริษัทบัตรเครดิตอีกต่อไป” ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติม

เอลิซาเบธ วอร์เรน วุฒิสมาชิกสหรัฐจากพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาระบุว่า การเรียกร้องของทรัมป์ไม่มีความหมาย หากไม่มีการผ่านร่างกฎหมายจากสภาคองเกรส

“การไปวิงวอนให้บริษัทบัตรเครดิตทำตัวดี ๆ เป็นเรื่องน่าขัน ฉันเคยพูดไว้ตั้งแต่ปีก่อนแล้วว่า หากทรัมป์จริงจัง ฉันก็พร้อมจะร่วมผลักดันกฎหมายเพื่อกำหนดเพดานดอกเบี้ย” วอร์เรนกล่าว 

ด้านกลุ่มผู้สนับสนุนอุตสาหกรรมการธนาคารบางแห่งระบุในแถลงการณ์ร่วมว่า การกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 10% จะ “ทำให้การเข้าถึงสินเชื่อลดลง” และ “อาจผลักดันผู้บริโภคให้หันไปใช้ทางเลือกอื่นที่มีการกำกับดูแลน้อยกว่า และมีต้นทุนสูงกว่า”

แถลงการณ์ดังกล่าวออกโดย Consumer Bankers Association, Bank Policy Institute, American Bankers Association, Financial Services Forum และ Independent Community Bankers of America

ก่อนหน้านี้ เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกสหรัฐ ซึ่งเป็นนักวิจารณ์ทรัมป์อย่างแข็งกร้าว และวุฒิสมาชิกจอช ฮอว์ลีย์ ซึ่งสังกัดพรรครีพับลิกันของทรัมป์ ได้ร่วมกันเสนอร่างกฎหมายแบบสองพรรค เพื่อกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต “ไว้ที่ 10% เป็นระยะเวลา 5 ปี” 

ขณะเดียวกัน อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ ส.ส. พรรคเดโมแครต และแอนนา พอลินา ลูนา ส.ส. พรรครีพับลิกัน ก็ได้เสนอร่างกฎหมายในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ 10% เช่นกัน สะท้อนถึงความสนใจร่วมกันของทั้งสองพรรคในการแก้ไขปัญหาอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม บิล แอคแมน นักลงทุนชื่อดังและเป็นผู้จัดการกองทุนมหาเศรษฐี ซึ่งเคยแสดงการสนับสนุนทรัมป์ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ออกโรงคัดค้านผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีสหรัฐรายนี้ เป็น “ความผิดพลาด”

อ้างอิง: reuters