"สุรพงษ์"ระบุต้องเจรจาพม่า - องค์กรระหว่างประเทศ ร่วมแก้ปัญหาโรฮิงญาลอบเข้าประเทศ
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการดำเนินการกับชาวโรฮิงญากว่า 900 คน ที่ถูกจับกุมได้ทางภาคใต้ของไทย ว่า ชาวโรฮิงญาทั้งหมดให้ถือเป็น "ผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย" และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยึดถือการปฏิบัติตามกฎหมายไทย ว่าด้วยผู้หลบหนีเข้าเมืองทางทะเล แต่จะปรับวิธีการให้ยืดหยุ่นและเหมาะสมตามสถานการณ์ โดยเฉพาะการปฏิบัติต่อเด็กและสตรี รวมทั้งการตรวจสอบคัดแยกเหยื่อการค้ามนุษย์ และการจำแนกความผิดตามกฎหมายให้ชัดเจนก่อน โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายไว้ชัดเจน คือให้คำนึงถึงหลักมนุษยธรรม และการให้ความช่วยเหลือให้ที่พักพิงไว้ก่อนในเบื้องต้น
นายสุรพงษ์ กล่าวถึง มาตรการดำเนินการว่า แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ มาตรการเฉพาะหน้าและระยะยาว โดยมาตรการเฉพาะหน้า จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลชาวโรฮิงญากลุ่มนี้ไปก่อน ด้วยงบประมาณของต้นสังกัด ส่วนมาตรการระยะยาว กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนิน คือ 1.เจรจากับประเทศพม่าและอื่นๆ เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะกับประเทศต้นทาง 2.หารือกับองค์กรระหว่างประเทศด้านมนุษยธรรม อาทิ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอชซีอาร์ องค์กรนานาชาติเพื่อการย้ายถิ่นฐาน หรือไอโอเอ็ม และกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาติ หรือยูนิเซฟ และกาชาดสากล หรือไอซีอาร์ซี เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสม โดยคำนึงของหลักอธิปไตยของไทย และ 3.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนงานและงบประมาณจัดส่งให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือสมช. เพื่อบูรณาการแผนงานเพื่อของบประมาณกลางจากรัฐบาล
นอกจากนี้ ทางกระทรวงการต่างประเทศได้เริ่มหารือกับผู้แทนของยูเอ็นเอชซีอาร์ และไอโอเอ็ม เมื่อ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อกำหนดกรอบบทบาทการเข้ามาให้ความช่วยเหลือโดยต้องเป็นไปตามหลักอธิปไตยของไทย และจะมีการหารือกันในรายละเอียดต่อไป ในสัปดาห์หน้า โดยมีแผนจะนำผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศด้านมนุษยธรรมลงพื้นที่เยี่ยมชาวโรฮิงญา เพื่อแสดงให้เห็นว่าไทยให้การดูแลคนเหล่านี้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ นายสุรพงษ์ยังได้กล่าวขอบคุณสมาคมชาวมุลิม จ.สงขลา พร้อมบริจาคเงินสนับสนุนช่วยเหลือผู้อพยพชาวโรฮิงญา ถือว่าเป็นน้ำจิตน้ำใจของคนไทยที่มีต่อผู้ที่ตกระกำลำบาก โดยไทยจะต้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างรอบคอบ
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการตั้งศูนย์ช่วยเหลือชาวโรฮิงญา นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ต้องดูในรายละเอียดอีกครั้ง เพราะพูดไปแล้วว่าคนกลุ่มนี้เป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จึงต้องดูว่าขั้นตอนในการดำเนินการตามกฎหมายต้องมีต่อไปอย่างไร หลังจากที่แยกกลุ่มแล้ว แต่ทุกอย่างจะต้องคุยกับองค์กรระหว่างประเทศเพื่อให้เข้าใจในสิ่งที่ไทยดำเนินการ แม้แต่องค์การความร่วมมืออิสลาม หรือโอไอซี ก็จะเชิญมาด้วย เพื่อให้มีส่วนร่วมรู้เห็น ยืนยันว่าจะทำเต็มที่ เมื่อถามย้ำว่า ไทยจะยังคงพิจารณาส่งตัวชาวโรฮิงญาไปยังประเทศอื่น หรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ทางสมช.และกระทรวงฯ เห็นว่าเป็นการเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย แต่จะส่งกลับหรือไม่ ต้องมาพิจารณาก่อนว่าออกมาจากประเทศต้นทางด้วยสาเหตุใด เพราะมีขั้นตอนทางกฎหมายอยู่ เป็นเรื่องที่ไทยปฏิบัติมาโดยตลอด
"ขอให้สบายใจ เพราะไทยจะทำอะไรจะคำนึงถึงสังคมโลก เพราะไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด จะทำทุกอย่างด้วยความยุติธรรมและรอบคอบ" นายสุรพงษ์ กล่าว





