องค์การพิทักษ์สิทธิฯ ร้องผู้ตรวจการฯสอบพ.ร.บ.เครดิตบูโรฯ ส่อขัดรธน. ย้ำไม่เข้าถึงแหล่งสถาบันการเงิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มองค์การพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ(ภาคประชาชน) นำโดยนายวีระศักดิ์ อุปถัมภ์ ผู้อำนวยการพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ(ภาคประชาชน) และคณะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายเฉลิมศักดิ์ จันทรทิม เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบว่า พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ.2545 (เครดิตบูโร) เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 43 และ มาตรา 84(5) หรือไม่
นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากที่บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับข้อมูลเครดิตมา 10 ปี เห็นว่าพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตฯ ทำให้ประชาชนถูกลิดรอนสิทธิบันทึกข้อมูลอยู่ในระบบแบล็กลิสต์ จำนวนรวม 20 ล้านคน โดยเฉพาะข้าราชการครู แยกได้ 7 ประเภท ดังนี้ 1.ก่อนที่สถาบันการเงินปิดตัวลงช่วงปี 2540-2545 ทำให้กลุ่มผู้ใช้สินเชื่อไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติ และส่งผลให้ประวัติการชำระหนี้ไม่ต่อเนื่องผิดเงื่อนไข 2.ธุรกิจประสบภาวะขาดทุนช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ จึงต้องปิดกิจการ กิจการถูกยึด ไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ เพราะถูกจำกัดเรื่องการกู้เงิน 3.อุทกภัย อัคคีภัย ภัยพิบัติ การชุมนุมต่างๆ ส่งผลให้กิจการธุรกิจที่อยู่ในสถานการณ์ดังกล่าวต้องปิดตัวลง ไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้4.ปัญหาจากบัตรเครดิตที่ตามมา อาทิ ค่าธรรมเนียมจากการชำระหนี้ ค่าปรับชำระผิดเงื่อนไข บัตรสูญหาย การเลิกใช้บัตรเครดิตโดยไม่ได้ชำระหนี้บัตรเครดิตทั้งหมด การไม่ได้แจ้งยกเลิกการใช้บัตรกับธนาคารเจ้าของบัตร ทำให้เกิดหนี้ค้างชำระโดยไม่ได้ตั้งใจและเสียประวัติไปโดยปริยาย 5.เกษตรกรทั้งประเทศประมาณ 10ล้านคน เป็นบุคคลติดเครดิตบูโร เพราะผิดเงื่อนไขการชำระหนี้ 6.กองทุนเพื่อการศึกษาที่ให้นักศึกษากู้ผ่านธนาคาร เมื่อจบการศึกษาส่วนใหญ่ไม่สามารถชำระหนี้ได้และถูกดำเนินคดี ทำให้ธนาคารได้ส่งข้อมูลให้บริษัทข้อมูลเครดิตฯ ว่าประวัติเสีย และ 7.ผู้ค้ำประกันสินเชื่อต่างๆ ก็ต้องติดเครดิตบูโร ทำให้ประวัติเสียไปด้วย
นายวีระศักดิ์ กล่าวอีกว่าปัญหาข้างต้น ส่งผลให้เกิดประชาชนที่ติดเครดิตบูโรไม่สามารถเข้าถึงแหล่งสถาบันการเงินในระบบได้ เงินกู้นอกระบบเพิ่มขึ้น สร้างปัญหาให้กับบุคคลที่ใช้บริการ นักศึกษาที่กู้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) และไม่มีความสามารถชำระหนี้ได้ ขณะที่ปัญหาสังคมที่ส่วนหนึ่งเกิดจากครอบครัวติดเครดิตบูโร ต้องทำอาชีพที่ผิดกฎหมายเพื่อหาเงินมาชำระหนี้ และเงินหมุนเวียนในประเทศส่วนหนึ่งไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้ เพราะติดอยู่ในระบบเครดิตบูโร จากประชาชน 20 ล้านคน ดังนั้นการประมาณการรายได้ประชาชนจึงคลาดเคลื่อนอยู่เสมอ ทั้งนี้ตนและคณะจึงขอให้ผู้ตรวจการฯ เร่งพิจารณาเรื่องดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศเสียรายได้ไปมากว่านี้
ด้านนายเฉลิมศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากนี้ผู้ตรวจการฯ จะเร่งดำเนินการพิจารณาตรวจสอบคำร้อง โดยมอบทีมกฎหมายให้พิจารณาประเด็นที่เกี่ยวกับข้องกฎหมายที่อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ เมื่อผู้ตรวจการฯ พิจารณาแล้วและเห็นว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป





