'ยิ่งลักษณ์'แจงสโลแกนทำงานไร้รอยต่อ เป็นการทำงานประสานกันระหว่างกทม.กับรัฐบาล เมินโพลล์ให้'พงศพัศ'แพ้คู่แข่ง ชี้แค่ช่วงเริ่มต้น
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่โพลล์ของพรรคเพื่อไทยพบว่าคะแนนของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคเพื่อไทย ยังเป็นรองคู่แข่งว่า เป็นเพียงช่วงการเริ่มต้นเพราะพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้รับความไว้วางใจในเรื่องของผู้สมัคร ก็ต้องใช้เวลาในการลงพื้นที่ให้มากขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้พบกับผู้สมัครและนำเสนอนโยบายให้มากที่สุด ก็คงต้องรอดูและติดตามผลต่อไปและจะทำอย่างเต็มที่
ส่วนยุทธศาสตร์การหาเสียงในพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์นั้น นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราเน้นการทำความเข้าใจในพื้นที่มากกว่า เพราะแต่ละเขตมีปัญหาและความต้องการเร่งด่วนอะไร ยุทธศาสตร์ในเชิงนโยบายก็จะตอบโจทย์มากกว่า เพราะกทม.มีประชากรมากจึงต้องมองยุทธศาสตร์เป็น2ส่วน คือภาพรวมของกทม.ที่ต้องทำงานควบคู่กับส่วนกลางและในพื้นที่ต้องทำเข้าใจกับคนในพื้นที่ที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน ซึ่งจะเป็นนโยบายในรายพื้นที่ ทั้งนี้เร็วๆนี้เตรียมเปิดเผยนโยบาย แต่เบื้องต้นให้เวลากับผู้สมัครก่อนเพื่อให้แน่ใจว่านโยบายนั้นตรงใจกับความต้องการ และจากนั้นนโยบายก็จะทยอยออกไป
สำหรับสโลแกนการทำงานไร้รอยต่อที่อาจจะสวนทางกับความคิดของคนกทม.ที่ต้องการให้ผู้ว่ากทม.คานอำนาจกับรัฐบาลจะทำอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราก็ได้รับฟังมาเหมือนกัน แต่ในส่วนของกทม.ก็มีกฎหมายที่มีความเป็นอิสระในการกระจายอำนาจและสภากทม.ในการตรวจสอบ แต่การทำงานมองการทำงานที่ประสานกันมากกว่า ไม่ใช่การมาตรึงอำนาจกัน อย่างเหตุการณ์ที่ผ่านมาถ้าพื้นที่ทำงานคนละแนวทางกับรัฐบาลก็จะเห็นหลายครั้งที่ประชาชนจะเห็นว่าจะต้องใช้เวลากว่าที่จะลงตัว จะเห็นได้ชัดจากการบริหารจัดการน้ำ ถ้าปลายน้ำไม่สัมพันธ์กับต้นน้ำ กลางน้ำ น้ำก็จะไปไม่ได้
นี่ยังไม่พูดถึงเนื้องานอื่นที่ยุทธศาสตร์จังหวัดที่ไปคนละทางกับรัฐบาล ก็จะส่งผลต่อประเทศ ถามว่าทำคนละทางได้หรือไม่ก็บอกว่าได้ แต่การจำเกิดพลังหรือประสิทธิภาพสูงขึ้นก็อาจจะไม่เต็มที่ทำให้งบประมาณลงไปไม่ตรงกับภาพรวมก็เป็นสิ่งที่เรามองว่าเมืองใหญ่มีความสำคัญที่จะเป็นต้นทางในเรื่องของยุทธศาสตร์และความเจริญต่างๆที่จะสร้างความมั่นใจให้กับประเทศ ดังนั้นการทำงานไร้รอยต่อไม่ได้หมายความกลไกของกทม.จะลดทอนลง ก็ยังคงมีความอิสระในการตรวจสอบเหมือนเดิม
สำหรับนโยบายในการแก้ปัญหาการจราจรของพรรคเพื่อไทยนั้น นายกฯ กล่าวว่า มีแน่นอน เพราะเป็นปัญหาที่สำคัญ แต่ถ้าเราจะแก้ปัญหาจราจรแค่กทม.ทั้งที่รถมาจากปริมณฑลด้วย อาทิจ. ปทุมธานี นนทบุรี ที่ต้องการทำงานร่วมกัน ถ้าเราสามารถคุยได้พร้อมกันทั้งภาพรวมแล้วตัดสินใจร่วมกันทำให้การลื่นไหลของจราจรจะดีขึ้น





