ดีเอสไอเร่งขยายผลคดีโรฮิงญา หากพบหลักฐานค้ามนุษย์จะเสนอเป็นคดีพิเศษ เผยโรฮิงญาหนีไปตายดาบหน้าลุ้นโชคดีถูกจับ อาจถูกส่งตัวไปประเทศที่ 3
พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์ ผอ.ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีค้ามนุษย์ชาวมุสลิมโรฮิงญาที่จ.สงขลาว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรีส่งสัญญาณชัดเจนเพื่อประสานองค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น)ให้เข้ามาช่วยเหลือและดูแลด้านมนุษยธรรมจึงจะยังไม่ผลักดันโรฮิงญาออกนอกประเทศ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้เข้าไปสัมภาษณ์เพื่อคัดแยกโรฮิงญาที่เป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองและค้ามนุษย์ เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสัญชาติ ถิ่นที่อยู่ เส้นทางในการหลบหนีเข้าเมืองและจุดประสงค์ที่แท้จริงในการหลบหนีเข้าเมือง ในส่วนของตำรวจได้เร่งสอบสวนการกระทำความิดฐานให้ที่พักพิงกับคนต่างด้าวที่ลักลอบเขาเมืองโดยผิดฎหมาย หน่วงเหนี่ยวกักขัง ทำร้ายร่างกาย ล่าสุดได้มีการออกหมายจับนายประสิทธิ์(บังเบต) เหล็มแหล๊ะ อดีตรองนายกเทศมนตรีปาดังเดซาร์และนายจามาน (JA MA NA DIN) สัญชาติเมียนมาร์ ซึ่งเป็นนายหน้าในการลักลอบนำโรฮิงญาเข้ามาส่งต่อให้กับภาคธุรกิจ
พ.ต.ท.ไพศิษฏ์ กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือโรฮิงญาในฐานะเหยื่อค้ามนุษย์ว่า การดำเนินการอาจแยกเป็น 2 ส่วนคือการส่งตัวผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองกลับประเทศเมียนมาร์หรือส่งตัวเหยื่อค้ามนุษย์ไปยังประเทศที่สาม ซึ่งได้รับการประสานว่ามีประเทศมุสลิมสนใจที่จะรับมุสลิมโรฮิงญาไปพักพิง สำหรับประเทศไทยคงไม่เปิดให้มีค่ายผู้ลี้ภัยโรฮิงญา โดยอาจจะเปิดเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวที่กำหนดเวลาชัดเจน ในชั้นนี้ดีเอสไอยังไม่มีอำนาจสอบสวนเพราะยังไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษ การดำเนินการจึงเป็นเพียงการติดตามสถานการณ์เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง และหากจะรับเป็นคดีพิเศษจะต้องหารือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นเอกภาพ
แหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า สำหรับเส้นทางการลักลอบนำโรฮิงญาเข้ามาขายแรงงานในประเทศไทย เป็นที่สังเกตได้ว่าทุกครั้งที่มีการตรวจสอบมักพบขณะลำเลียงโรฮิงญามาในเรือ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถผลักดันออกได้ก่อนเข้าประเทศ แต่กรณีล่าสุดเป็นการจับกุมได้บนฝั่งขณะถูกกักขัง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการสืบสวนพบว่าขบวนการลักลอบซึ่งเป็นนายหน้าชาวพม่าหรือโรฮิงญา จะนำชาวโรฮิงญาทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและเด็กเข้ามาขายแรงงาน โดยจะขนถ่ายมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งที่ระนองและมีรถมารับก่อนกระจายให้กับนายหน้าชาวไทยที่จะส่งต่อแรงงานไปให้ภาคธุริจที่ต้องการแรงงานโรฮิงญา เพื่อรับค่าหัวคิวเฉลี่ยหลักหมื่นบาทต่อคน โดยส่งไปขายแรงงานในกลุ่มธุรกิจเรือประมง คนงานกรีดยางพารา และรับจ้างเป็นคนงานก่อสร้าง โดยแรงงานโรฮิงญาจะมีราคาถูกเพราะแต่ละคนคิดว่าหนีตายไปดาบหน้าหากโชคดีถูกจับอาจมีโอกาสไปประเทศที่ 3 แต่มีปัญหาที่ว่าโรฮิงญามีการศึกษาต่ำ ไม่มีทักษะอาชีพ จึงไม่เป็นที่ต้องการของประเทศที่เจริญแล้วในยุโรปหรืออเมริกา จะมีก็เพียงประเทศมุสลิมที่ต้องการแรงงานภาคเกษตรเพื่อไปทำงานในสวนยางพารา





