กกต.กทม. เตือนว่าที่ผู้สมัครฯอย่าหาเสียงใส่ร้ายกัน ชี้จะเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น มาตรา57 ได้
พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ประธาน กกต.กทม. แถลงการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยเฉพาะในวันที่ 21 มกราคมนี้ ที่จะมีการรับสมัครในวันแรก ว่า นอกจากผู้สมัครฯจะต้องเตรียมหลักฐานในการยื่นสมัครแล้ว ยังต้องเตรียมรายชื่อรองผู้ว่าฯ และเลขานุการ ยื่นประกบด้วย ส่วนขั้นตอนการรับสมัครจะต้องหารือกับผู้อำนวยการเลือกตั้งท้องถิ่นประจำกรุงเทพมหานคร ทั้งในกรณีที่ผู้สมัครมาก่อนเวลา 08.30 น.นั้น ต้องใช้วิธีการจับสลาก เพื่อเลือกหมายเลข หรือจับสลากหมายเลขเลย
ส่วนการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน หลังวันรับสมัครวันสุดท้าย เพื่อประกาศอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งครั้งนี้ กกต.กทม.ตั้งเป้าผู้มาใช้สิทธิ์ร้อยละ 70 จากที่ผ่านมาร้อยละ 50 โดยจะเร่งประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้หากดูจากการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมาเห็นว่ามีผู้เลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อที่มาใช้สิทธิ์ถึงกว่า 3 ล้านคน ครั้งนี้จึงคาดว่่าน่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์มากกว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งที่ผ่านมา
พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ กล่าวด้วยว่า การแข่งขั้นการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างเข้มข้น กกต.กทม.จึงต้องระดมเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ทุกสำนัก เพื่อดูแล ควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยจะมีการหารือร่วมกับ กกต.กลาง วันที่ 17 มกราคม นี้ เวลา 14.00 น. ซึ่งก็ขอเตือนผู้สมัคร และผู้ช่วยหาเสียง ให้ระมัดระวังการวิพากษ์วิจารณ์ หรือว่าปราศัยโจมตีใส่ร้าย ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ที่จะเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง เนื่องจากขณะนี้เริ่มมีการโจมตีเรื่องคุณสมบัติของว่าที่ผู้สมัครบางคนตามสื่อต่างๆ ซึ่งกกต.กทม.ต้องจับตา
เพราะการกระทำดังกล่าวถือว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยเฉพาะที่มีการนำเรื่องเก่าของ พล.ต.อ.พงศพัศ มาโจมตีนั้นขอให้พึ่งระมัดระวัง การกล่าวอ้างประวัติใดๆ ต้องระวังและตรวจสอบก่อน เพราะอาจเข้าข่ายผิดมาตรา 57 ของพ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่นได้ รวมถึงกรณีดีเอสไอแจ้งข้อกล่าวหา ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร เกี่ยวกับการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอส เพราะถือว่าคดียังไม่ถึงที่สุด จึงยังไม่ถือว่าเป็นบุคคลที่มีความผิด ส่วนเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ก็ต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ใช้ตำแหน่งในการช่วยเหลือหรือโจมตีผู้สมัคร





