วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

‘ปชป.’ ผนึก ชาวแฟลตคลองจั่น ฟ้อง‘ศาลปกครอง’ บี้ ‘กทม.’ชดใช้ เซ่นน้ำท่วม

“สกลธี” เผย ชาวแฟลตคลองจั่น มีฉันทามติร่วมกับ “ปชป.” ลุยฟ้อง กทม. ต่อ “ศาลปกครอง” เรียกร้องสินไหมทดแทน-เยียวยาครอบคลุมเป็นธรรม เซ่นพิษน้ำท่วม ชี้ 4ข้อบกพร่อง คาดดำเนินการล็อตแรกใน2สัปดาห์

นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายราเมศ รัตนะเชวง รองเลขาธิการพรรคและประธานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ ชุมชนแฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ เพื่อติดตามปัญหาความเดือดร้อนและทวงถามมาตรการเยียวยาน้ำท่วม จากกรุงเทพมหานคร ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค

นายสกลธี กล่าวว่า จากการรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ พบว่าปัญหามี 2 ส่วนหลัก โดยส่วนแรกคือการจ่ายเงินเยียวยาที่มีความล่าช้าอย่างมาก ประชาชนและผู้ประกอบการหลายจุดยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ ขณะที่กลุ่มที่ได้รับแล้วกลับพบว่าวงเงินเยียวยาขั้นพื้นฐานเพียง 5,000 ถึง 9,000 บาทนั้น ไม่สอดคล้องกับมูลค่าความเสียหายจริง เช่น กรณีร้านค้าและร้านหนังสือในชุมชนที่ได้รับความเสียหายสูงถึง 700,000 บาท รวมถึงเครื่องถ่ายเอกสารอีกกว่า 80,000 บาท

ส่วนที่สอง ประชาชนชาวแฟลตคลองจั่นได้มีฉันทามติร่วมกับทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ ในการเตรียมยื่นฟ้องดำเนินคดีปกครองต่อกรุงเทพมหานคร โดยการนำของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต่อศาลปกครอง เพื่อเรียกร้องให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนและเงินเยียวยาความเสียหายให้ครอบคลุมและเป็นธรรม โดยชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องของฝ่ายบริหาร กทม. ใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1.) การบริหารจัดการน้ำ ขาดการพร่องน้ำล่วงหน้าและไม่มีการเตรียมความพร้อมรับมืออย่างเพียงพอ

2.) ปล่อยให้มีสิ่งปลูกสร้างขวางทางระบายน้ำก่อนเกิดเหตุน้ำท่วม

3.) ระบบการเตือนภัยล้มเหลว ในช่วงคืนวันที่ 25 ต่อเนื่องเช้าวันที่ 26 ไม่มีการแจ้งเตือนประชาชนจากหน่วยงานของ กทม. ทั้งที่เจ้าหน้าที่ประจำอยู่หน้างานและทราบสถานการณ์ระดับน้ำในขั้นวิกฤตก่อนหน่วยงานอื่น ส่งผลให้ประชาชนในย่านแฟลตคลองจั่นรวมถึงพื้นที่ร่มเกล้าไม่สามารถเตรียมตัวรับมือได้ทัน รถยนต์และยานพาหนะต้องจมน้ำเสียหายหลายพันคันโดยยังไม่ได้รับการชดใช้ที่เหมาะสม

4.) ความพร้อมและประสิทธิภาพของเครื่องสูบน้ำ เกิดข้อกังขาว่าเครื่องสูบน้ำทำงานเต็มประสิทธิภาพ 100% หรือไม่ เนื่องจากข้อมูลในหลายจุดพบว่ามีเครื่องสูบน้ำชำรุดเสียหายและไม่พร้อมใช้งาน จึงขอตั้งคำถามไปยังผู้บริหาร กทม. ว่า รู้อยู่แล้วว่าช่วงเวลาดังกล่าวเป็นฤดูมรสุมและมีฝนตกชุก เหตุใดจึงไม่มีการตรวจเช็กและจัดซ่อมบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพพร้อมทำงานล่วงหน้า

นอกจากนี้ นายสกลธี ยังได้สะท้อนถึงปัญหาความเดือดร้อนอย่างหนักของเจ้าของรถยนต์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์ ที่ถูกน้ำท่วมมิดคัน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้ทำประกันภัยชั้น 1 และยังติดภาระผ่อนชำระค่างวดกับสถาบันการเงินหรือไฟแนนซ์ ซึ่งทำให้ประชาชนต้องตกอยู่ในสภาพ ผ่อนกุญแจเปล่า แบกรับภาระจ่ายค่างวดรถที่พังเสียหายใช้การไม่ได้ ทั้งที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความประมาทหรือความบกพร่องของประชาชนเลย หากแต่เกิดจากการขาดการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าที่รวดเร็วและดีเพียงพอจากหน่วยงานภาครัฐ 

จึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือดูแล กำหนดแนวทางออกร่วมกับสถาบันการเงิน และเยียวยาความเสียหายในส่วนนี้อย่างเป็นรูปธรรม

“สำหรับการดำเนินคดีนั้น ทางพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและเอกสารความเสียหายจากประชาชนตลอดสัปดาห์นี้ เพื่อส่งต่อให้ฝ่ายกฎหมายร่างคำฟ้อง โดยคาดว่า จะสามารถยื่นคำฟ้องชุดแรกต่อศาลปกครอง ได้ภายใน 2 สัปดาห์ และจะเปิดรับประชาชนหรือผู้เสียหายรายอื่นที่ต้องการเข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วมเพิ่มเติมในระยะต่อไป”นายสกลธี กล่าว