วันเสาร์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

มหกรรมทุ่มสัญจร ‘อุดรฯ’ วัดมนต์ขลังฟื้นเมืองหลวงเสื้อแดง

“อุดรธานี” ขึ้นชื่อเมืองหลวงคนเสื้อแดง มาวันนี้กระแสพรรคเพื่อไทยไม่แข็งแรงเหมือนอดีต จำเป็นต้องช่วงชิงกระแสกลับคืนมา การจัด ครม.สัญจร “อุดรธานี” คิกออฟพืชสวนโลก ยังเป็นการวัดมนต์ขลังค่ายแดงจะฟื้นเรตติ้งได้หรือไม่

KEY POINTS

  • การประชุม ครม.สัญจร อุดรธานี มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการพัฒนากลุ่มจังหวัดอีสานตอนบน 1 ด้วยงบประมาณกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท
  • พรรคเพื่อไทยต้องการใช้โอกาสนี้เพื่อฟื้นฟูฐานเสียงและทวงคืนสถานะ "เมืองหลวงคนเสื้อแดง" ที่กำลังเสื่อมถอย หลังถูกพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนเจาะฐานที่มั่นในการเลือกตั้งเมื่อต้นปี 2569 
  • การทุ่มงบประมาณครั้งนี้จึงเป็นเดิมพันทางการเมืองที่สำคัญของพรรคเพื่อไทยในการต่อสู้กับคู่แข่งอย่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน เพื่อชิงความได้เปรียบในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ขณะที่ค่ายน้ำเงินก็ต้องการลบภาพเมืองหลวงเสื้อแดง

ไม่เพียงที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร จ.อุดรธานี วันที่ 3  พ.ย. 2569 รับทราบข้อเสนอ ของ กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ตอนบน 1 จำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู เลย และบึงกาฬ เสนอโครงการแผนพัฒนาอีสานตอนบน 1 รวม 36 โครงการ วงเงินกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท จากเดิมมีแผนจะเสนอวงเงิน 7.8 หมื่นล้านบาทเท่านั้น

แต่เมื่อสแกนกลุ่มจังหวัดเหล่านี้ ล้วนอยู่ภายใต้การต่อสู้ทางการเมืองระดับชาติกันอย่างเข้มข้นระหว่าง “ค่ายน้ำเงิน” และ “ค่ายแดง” เพื่อชิงความเป็นหนึ่งในอีสาน

โดยเฉพาะ จ.อุดรธานี ขึ้นชื่อ “เมืองหลวงคนเสื้อแดง”มาโดยตลอดนับแต่ปี 2554 แต่ปัจจุบันค่ายแดงกลับถูกเจาะทะลวงไข่แดงจากพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชนในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 8 ก.พ. 2569

จากที่เคยได้สีแดงยกจังหวัด แต่วันนี้ สส.อุดรธานี 10 เขต พรรคเพื่อไทย กวาด ได้ 4 เขต พรรคภูมิใจไทย 4 เขต และพรรคประชาชน 2 เขต ซึ่งปัจจุบัน “สุริยา วงศ์อารีย์” สส.พรรคประชาชน แสดงตนเป็นงูเห่าไปแล้ว

ภาพรวมคะแนน สส.แบ่งเขต ทั้งจังหวัดจะพบว่า "พรรคเพื่อไทย” มีแต้มมาอันดับ 1 คือ 249,675 คะแนน แต่กลับได้ สส.เพียง 4 เขต พรรคภูมิใจไทย อันดับ 2 ได้ 217,723 คะแนน พรรคประชาชน อันดับ 3 ได้ 181,878 คะแนน

หากดูผลเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ เพียงอย่างเดียว พรรคเพื่อไทย โกยแต้มทิ้งห่าง พรรคประชาชน โดยชนะถึง 9 เขต ได้แต้มทั้งจังหวัด 239,338 คะแนน อันดับ 2 พรรคประชาชน 215,449 คะแนน และอันดับ 3 พรรคภูมิใจไทย 95,039 คะแนน

พรรคเพื่อไทย แพ้แต้มบัญชีรายชื่อ เพียง 1 เขต ในเขต 1 ที่พ่ายให้กับพรรคประชาชน 33,047 ต่อ 17,892 คะแนน ซึ่งค่ายแดงยังคงพ่ายแพ้ให้กับพรรคสีส้มในเขต 1 ทั้ง สส.เขตและสส.บัญชีรายชื่อ ทั้งการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 และปี 2569

มหกรรมทุ่มสัญจร ‘อุดรฯ’ วัดมนต์ขลังฟื้นเมืองหลวงเสื้อแดง

มหกรรมทุ่มสัญจร ‘อุดรฯ’ วัดมนต์ขลังฟื้นเมืองหลวงเสื้อแดง เมืองหลวงคนเสื้อแดงสำหรับเพื่อไทย เริ่มถูกท้าทายด้วยกระแสสีส้มหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2562 แม้การเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค. 2562 ค่ายแดงยังคงรักษาเรตติ้งในถิ่นอุดรธานี ได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ทั้งหมด 8 เขต

แต่กระแส “คนเสื้อแดง” กลับเริ่มเห็นสัญญาณความถดถอยลงนับแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งถูกท้าทายด้วยสรรพกำลังในพื้นที่ของพรรรคที่มีจุดแข็งในเกมจัดตั้งและระบบบ้านใหญ่อย่าง “ภูมิใจไทย” ซึ่งสามารถได้ อดีต สส.พรรคไทยสร้างไทย มาเป็นฐานเสียงสำคัญใน จ.อุดรธานี ใน 2 เขต คือ หรั่ง ธุระพล และ อดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์

ถอดรหัสง่ายๆ เพราะด้วยเหตุที่ 2 พรรคหลักในรัฐบาลระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ต่างมี สส.ในพื้นที่เท่ากัน ทำให้ปลายปี 2569 จึงทุ่มสรรพกำลังโปรโมท จ.อุดรธานี โดยได้รับการจัดประชุม ครม.สัญจร ครั้งล่าสุด

ต้องยอมรับว่า พื้นที่ 10 เขต จ.อุดรธานี ต่างฝ่ายต่างมีการแชร์แต้มฐานเสียงระหว่างค่ายน้ำเงินและค่ายแดง ซึ่ง 2 พรรคนี้กลับมาจับมือกอดคอกันเป็นรัฐบาล ขณะที่พรรคประชาชนถูกโดดเดี่ยวเป็นฝ่ายค้าน

การกระตุ้นเศรษฐกิจจากมหกรรม “พืชสวนโลก” จ.อุดรธานี ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2569 ถึง 14 มี.ค.2570 รัฐบาลคาดหวังจะดึงเม็ดเงินจากการการพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุน อีกทั้งในทางกลับกัน ต้องติดตามด้วยว่าเม็ดเงินกระจายไปถึงผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนในจังหวัดมากน้อยเพียงใด ไม่ใช่วัดความสำเร็จจากจำนวนผู้เข้าร่วมงานหรือวงเงินลงทุนที่ประกาศเพียงอย่างเดียว

เดิมทีโครงการพัฒนาอีสานตอนบน 1 วางกรอบทุ่มวงเงินกว่า 78,461 ล้านบาท รวม 170 โครงการ ทั้งหมด 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.เกษตรกรรมและการค้าอาหาร 38 โครงการ วงเงิน 7,956 ล้านบาท 2. การค้าชายแดน 35 โครงการ วงเงิน 57,578 ล้านบาท 3.การท่องเที่ยว 66 โครงการ 9,887 ล้านบาท และ 4.การปราบปรามยาเสพติด 31 โครงการ วงเงิน 3,039 ล้านบาท

มหกรรมทุ่มสัญจร ‘อุดรฯ’ วัดมนต์ขลังฟื้นเมืองหลวงเสื้อแดง

ที่ประชุม ครม.อุดรธานี ครั้งนี้รับทราบแผยโครงการ 2 ระยะทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว รวมเพียง 36 โครงการ กว่า 3.5 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งเป็นข้อเสนอมาตรการเร่งด่วน (Quick Win / ระยะสั้น) จำนวน 21 โครงการ วงเงินงบประมาณรวม 950,515,300 บาท และข้อเสนอเพื่อดำเนินการในระยะยาว จำนวน 15 โครงการ งบประมาณรวม 34,113,810,700 บาท

ที่ประชุม ครม.สัญจร ยังมอบหมายภารกิจให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดลำดับความสำคัญของโครงการ จัดทำรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนเดินหน้าโครงการตามขั้นตอนต่อไป

อย่างไรก็ตาม ครม.สัญจร จ.อุดรธานี เกิดขึ้นเพื่อปลุกกระแสทางเศรษฐกิจผ่าน “พืชสวนโลก” นั้น ยังเป็นหมุดหมายสำคัญของพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยในการต่อยอด สส. เพราะอย่างน้อย “ค่ายแดง” ต้องการฟื้นเรตติ้งของพรรคในภาวะที่กำลังฟื้นฟูพรรคผ่านการเป็นรัฐบาล และต้องการให้ จ.อุดรธานีเป็นสัญลักษณ์เมืองหลวงเสื้อแดงตามเดิม

ขณะที่พรรคภูมิใจไทยก็ต้องการขยายฐานที่มั่นฐานเสียง และต้องการลบภาพเมืองหลวงคนเสื้อแดงในอดีต

มหกรรมทุ่มสัญจร ‘อุดรฯ’ วัดมนต์ขลังฟื้นเมืองหลวงเสื้อแดง

ส่วนพรรคประชาชน ภายใต้การนำของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค ก็ยังต้องพิสูจน์กระแสเรตติ้งของพรรคต่อไป จะสามารถขึ้นมาชนะพรรคเพื่อไทย “อุดรธานี” และต้องต้านทานสรรพกำลังของค่ายน้ำเงินที่เป็นแกนนำรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งหน้าได้หรือไม่

ขณะที่การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. อุดรธานี เขต 3 แทน “หรั่ง ธุระพล” ที่เสียงชีวิตไป โดยผลเลือกตั้งเมื่อ 30 ส.ค. 2569 ยังคงเป็นชัยชนะของ “พรรคภูมิใจไทย” เพราะพรรคเพื่อไทยหลีกทางไม่ส่งผู้สมัครลง สส. ส่วนพรรคประชาชนก็ไม่มีความพร้อมของผู้สมัคร ทำให้ ทายาททางการเมืองของ “หรั่ง” คือ “อธิการ แก้วเครือศรี” จากพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้คว้าชัยชนะไปอย่างขาดลอย

เมื่อเจาะไปที่หัวใจของการติดตาม ครม.สัญจรอุดรธานี ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นแกนหลักกวาด สส.ใน จ.อุดรธานี จะสามารถเปลี่ยนโครงการพัฒนาพื้นที่ที่ขอรับการสนับสนุนเม็ดเงิน ให้กลายเป็นความเชื่อมั่นของประชาชนได้มากที่สุดหรือไม่ จากเม็ดเงินที่ทุ่มลงไปในการประชุม ครม.ครั้งนี้

ที่สำคัญ เม็ดเงินงบประมาณในกลุ่มอีสานตอนบน 1 ทั้ง 5 จังหวัด ยังเป็นที่คาดหวังของ 2 พรรคหลักในรัฐบาล เพื่อหวังผลกอบโกย สส.ในอนาคตให้มากที่สุด

หากเจาะไปที่ สส.ค่ายแดงและค่ายน้ำเงิน ในการเลือกตั้ง 5 จังหวัดล่าสุด จ.อุดรธานี แบ่งกันพรรคละ 4 เขต , จ.บึงกาฬ ภูมิใจไทย 3 เขตยกจังหวัด

จ.เลย เป็นของพรรคเพื่อไทย 3 เขต และภูมิใจไทย 1 เขต จ.หนองคายของพรรคพลังประชารัฐ 2 เขต และพรรคภูมิใจไทย 1 เขต และ จ.หนองบัวลำภูเป็นพรรคกล้าธรรม 2 เขต และเพื่อไทย 1 เขต

ท่ามกลางการต่อสู้เพื่อรักษาพื้นที่เมืองหลวงคนเสื้อแดง “พรรคเพื่อไทย” จึงต้องส่ง “บ้านใหญ่” อย่าง “วัชระพล ขาวขำ” ทายาทของ “วิเชียร-เทียบจุฑา” เป็นตัวแทน จ.อุดรธานี ไปนั่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในโควตาภาคอีสาน เพื่อรักษากระแสคนเสื้อแดง

มหกรรมทุ่มสัญจร ‘อุดรฯ’ วัดมนต์ขลังฟื้นเมืองหลวงเสื้อแดง

มหกรรมทุ่มสัญจร ‘อุดรฯ’ วัดมนต์ขลังฟื้นเมืองหลวงเสื้อแดง

สแกนบ้านใหญ่ใน จ.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย 3 บ้านใหญ่ที่เป็นเสาหลักค้ำพรรค คือ ตระกูลขาวขำ ตระกูลเพชรพนมพร ตระกูลสาราคำของ ขวัญชัย เพียงแต่เลือกตั้งล่าสุด “เขต 5” กรวีร์ สาราคำ บุตรชายของขวัญชัย ไพรพนา กลับพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับค่ายน้ำเงิน คือ บัวเงิน รอดขันเมือง ด้วยแต้มที่ถูกทิ้งห่าง 20,246 คะแนนต่อ 15,354 คะแนน

ขณะที่ค่ายน้ำเงิน จำเป็นต้องพึ่งพาบ้านใหญ่อย่าง “ธุระพล” และ “แก้วมุงคุณทรัพย์” ซึ่งเป็นการช้อนตัวมาจากพรรคไทยสร้างไทย และสามารถได้ สส.หน้าใหม่ “สุภีรภัทร ภูมิศักดิ์” ในเขต 8 ที่ล้มพรรคเพื่อไทยเอาชนะทั้ง “เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม” สส.อุดรธานี หลายสมัย และชนะ อุเทน สีดาอุบล จากพรรคประชาชน

โครงการเม็ดเงินกว่าหมื่นล้านที่จะโปรย-ทุ่มพัฒนาอีสานตอนบน 1 ใน 5 จังหวัด หากได้ดำเนินการกระจายลงพื้นที่อย่างจริงจัง ในทางหนึ่งทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยก็ต้องการต่อยอดเพื่อรักษาฐานของตัวเองไม่ให้ถดถอยลง

หาก “พรรคเพื่อไทย” ยังใช้โอกาส ครม.โปรโมทอุดรธานี รักษาพื้นที่สีแดงไม่ได้อีก “มนต์ขลังคนเสื้อแดง” ในอุดรธานีคงต้องเสื่อมมนต์ขลังลง ท่ามกลางคู่ต่อสู้ทั้งพรรคสีน้ำเงินและพรรคสีส้มที่ต่างฝ่ายก็ต้องการทะลวงยึดพื้นที่เพื่อลบภาพ “เมืองหลวงสีแดง” เช่นกัน