วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

กางเกณฑ์-ช่องทางยื่นคำร้อง 'นิรโทษฯคดีการเมือง' ถึง 31 ม.ค. 70

‘ศศินันท์’ สส.ปชน.กางเกณฑ์-ช่องทางยื่นคำร้อง ‘นิรโทษกรรมคดีการเมือง’ เปิดรับถึง 31 ม.ค. 70 ย้ำการนิรโทษฯ จะมีความหมาย ต้องไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2569 น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงความคืบหน้ากระบวนการนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากการชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมืองว่า ขณะนี้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ได้ประกาศช่องทางและวิธีการยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรมอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับประชาชนที่ถูกดำเนินคดีจากการกระทำอันเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมือง ซึ่งมีมูลเหตุจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง ครอบคลุมคดีที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 จนถึงวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 โดยกำหนดเปิดให้ยื่นคำร้องได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2570

น.ส.ศศินันท์ กล่าวว่า สำหรับเกณฑ์ผู้มีสิทธิยื่นคำร้อง คือผู้ที่มีคดีความเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งอาจเข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรม แต่ต้องพิจารณาลักษณะการกระทำและฐานข้อหาของแต่ละคดีตามเงื่อนไขของกฎหมายอย่างละเอียด เนื่องจากกฎหมายยังมีข้อยกเว้นสำคัญ เช่น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, ความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ, ความผิดที่ส่งผลให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือได้รับอันตรายสาหัส ตลอดจนความผิดอื่นตามที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยมีคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาว่าผู้ร้องเข้าเกณฑ์ได้รับสิทธินิรโทษกรรมหรือไม่ และมีสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานรับคำร้องและประสานงาน

น.ส.ศศินันท์ กล่าวอีกว่า ประชาชนผู้ประสงค์จะขอรับสิทธินิรโทษกรรม สามารถยื่นคำร้องได้ 3 ช่องทางหลัก ได้แก่

1. ยื่นด้วยตนเอง ที่ศูนย์บริการร่วม สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี อาคารสำนักงาน ก.พ. (เดิม) ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพฯ

2. ทางไปรษณีย์ ส่งมาที่ ตู้ ปณ. 1111 ปณ. ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ 10302 โดยไม่ต้องติดแสตมป์

3. ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) ส่งเอกสารคำร้องและหลักฐานมาที่ [email protected]

สำหรับขั้นตอนการดำเนินงาน มี 4 ขั้นตอนสำคัญ คือ เริ่มจากการดาวน์โหลดแบบฟอร์มคำร้องขอนิรโทษกรรมผ่านเว็บไซต์สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จากนั้นกรอกรายละเอียดข้อเท็จจริงในแบบคำร้องให้ครบถ้วนถูกต้อง พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบตามประกาศ เช่น บัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารยืนยันตัวตน, บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา, คำฟ้อง, คำพิพากษา (ถ้ามี) รวมถึงหลักฐานแสดงการเข้าร่วมชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมือง และส่งเอกสารผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งข้างต้น ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อประสานรายละเอียดเพิ่มเติมในลำดับถัดไป

ส่วนข้อกังวลกรณีผู้ถูกดำเนินคดีที่ขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ น.ส.ศศินันท์ กล่าวว่า ผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์สามารถจัดทำคำร้องและส่งผ่านทางไปรษณีย์จากเรือนจำได้ ขณะที่ครอบครัว ญาติ และทนายความ สามารถช่วยรวบรวมเอกสารคดีและประสานงานเพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถเข้าถึงสิทธิได้อย่างเต็มที่ แต่ควรตรวจสอบหลักเกณฑ์การลงลายมือชื่อและการยื่นเรื่องแทนกับทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีก่อนดำเนินการ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าอย่าปล่อยให้ผู้ต้องขังที่ไม่มีญาติหรือทนายความคอยช่วยเหลือต้องสูญเสียโอกาสในการเข้าถึงสิทธิตามกฎหมาย

น.ส.ศศินันท์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทุกคนต้องเข้าใจร่วมกัน คือ 'การยื่นคำร้องไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการปล่อยตัวในทันที' แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติและสิทธิ เมื่อคณะกรรมการฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบว่าเข้าเกณฑ์ จึงจะมีการประสานงานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายในแต่ละชั้นคดีต่อไป ทั้งในชั้นพนักงานสอบสวน ชั้นพนักงานอัยการ ชั้นศาล หรือกรณีผู้ต้องขังที่กำลังรับโทษจำคุก เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามกฎหมายนิรโทษกรรม

"ขอฝากให้พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนช่วยกันกระจายและเผยแพร่ข้อมูลนี้ออกไปในวงกว้าง โดยเฉพาะให้ส่งไปถึงกลุ่มผู้ที่กำลังถูกดำเนินคดี ครอบครัวของผู้ต้องขัง ตลอดจนทีมทนายความ เพราะการนิรโทษกรรมจะมีความหมายต่อสังคมอย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อประชาชนผู้มีสิทธิทุกคนสามารถเข้าถึงกระบวนการได้อย่างเสมอภาค และไม่มีใครต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพียงเพราะไม่รู้ว่าตนเองมีสิทธิ" น.ส.ศศินันท์ กล่าว