วันจันทร์ ที่ 2 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

คำร้องนิรโทษ 4 คดี 'ทักษิณ' ยังไม่เข้าอนุฯ - จับตายุติสอบคดี กปปส.

อนุฯนิรโทษกรรม ถกนัดแรก คำร้อง 4 คดี 'ทักษิณ' ยังไม่เข้า เหตุยื่นตรง กก.ชุดใหญ่ โต้ความเห็นค้านส่ง 'อนุทิน' จับตายุติสอบคดี กปปส. ชั้นดีเอสไอ 'อภิสิทธิ์-สุเทพ' รอด

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2569 มีรายงานความคืบหน้า กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เพื่อพิจารณาวินิจฉัยสิทธิได้รับการนิรโทษกรรม   

ล่าสุด แหล่งข่าวจากคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง เปิดเผยว่า ในเรื่องการนิรโทษกรรมนั้น หากกรณีมีความชัดเจนตามกฎหมาย หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย เช่น ศาล หรือ อัยการ สามารถใช้ดุลพินิจมีคำสั่งทางคดีได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข แต่ในส่วนของเรื่องที่ยังมีความคลุมเครือ ก็จะมีการยื่นเรื่องเข้ามาเพื่อให้คณะกรรมการชุดดังกล่าวทำการตีความ   

โดยคดีนายทักษิณ ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง มี นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน โดยคณะอนุกรรมการประกอบไปด้วยตัวแทนจากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม เช่น ศาล อัยการ ตำรวจ กรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรม 

ในวันนี้ (2 พ.ย.) ที่ชั้น 10 กระทรวงยุติธรรม นายปิยะศิริ ปลัดกระทรวงยุติธรรม จะเรียกประชุมนัดแรก เพื่อพิจารณากลั่นกรองก่อนเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขชุดใหญ่

ขณะที่คณะกรรมการชุดใหญ่ มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จะเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดเรื่องสิทธิได้รับการนิรโทษกรรม และการพ้นจากความรับผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 เพื่อนิรโทษกรรมแก่คดีที่เกี่ยวข้องกับการเมือง   

ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่า มีหนึ่งในคณะอนุกรรมการฯ แจ้งความเห็นอย่างไม่เป็นทางการต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ว่า กรณีของนายทักษิณ ไม่เข้าเงื่อนไขที่จะได้รับนิรโทษกรรม เนื่องจากทั้งหมดเข้าข่ายคดีทุจริต ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาไปนั้น

แหล่งข่าวจากคณะอนุกรรมการฯ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ เนื่องจากคณะกรรมการ ไม่ว่าจะเป็นชุดใหญ่หรือชุดอนุกรรมการ ยังไม่มีใครได้เห็นวาระการประชุม เนื่องจากเป็นเรื่องลับ และไม่ได้มีการส่งวาระให้ทราบล่วงหน้า โดยในส่วนของอนุกรรมการทุกคนจะได้เห็นวาระการประชุมพร้อมกันในตอนเริ่มประชุมเท่านั้น ทำให้ขณะนี้ยังไม่มีใครทราบว่ามีเคสไหนบ้าง และจะมีเรื่องของนายทักษิณหรือไม่

ดังนั้น หากมีการระบุว่ามีความเห็นดังกล่าวยื่นต่อนายกรัฐมนตรีจริง เชื่อว่าเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่ความเห็นอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการ เพราะไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการชุดใหญ่หรือชุดเล็กก็ยังไม่มีใครเห็นเรื่อง การจะทำความเห็นข้ามขั้นตอนไปถึง นายกรัฐมนตรี จึงไม่น่าจะเป็นไปได้

คำร้องนิรโทษ 4 คดี 'ทักษิณ' ยังไม่เข้าอนุฯ - จับตายุติสอบคดี กปปส.

‘ยุทธพร’ ยันคำร้อง 4 คดี ‘ทักษิณ’ ยังไม่เข้าอนุฯ กลั่นกรอง หลังยื่นตรงถึงกรรมการชุดใหญ่

ล่าสุด วันนี้ (2 พ.ย.) เวลาประมาณ 15.00 น. ที่โถงรับรองกระทรวงยุติธรรม นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการฯ นานประมาณ 1 ชั่วโมงว่า ที่ประชุมได้หารือกรอบการพิจารณาคำร้องตามมาตรา 3 มาตรา 7 และมาตรา 8 ของกฎหมายดังกล่าว ทั้งหลักเกณฑ์ ข้อยกเว้น และขั้นตอนดำเนินการ โดยมีเรื่องสำคัญเข้าสู่การพิจารณาประมาณ 3–4 เรื่องใหญ่

นายยุทธพร กล่าวว่า บางคดีศาลมีคำวินิจฉัยเสร็จสิ้นแล้ว จึงเหลือเพียงขั้นตอนแจ้งให้ผู้ร้องรับทราบ ขณะที่บางคดีต้องส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการยุติคดีตามกระบวนการ ส่วนกรณีที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเข้าเงื่อนไขกฎหมาย คณะอนุกรรมการฯ จะจัดทำความเห็นเสนอคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขชุดใหญ่พิจารณาต่อไป โดยคณะอนุกรรมการฯ ไม่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดด้วยตนเอง

เมื่อถามถึงคำร้องขอนิรโทษกรรม 4 คดีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายยุทธพร กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ไม่มีคำร้องของนายทักษิณเข้าสู่วาระพิจารณา และยังไม่ทราบว่าจะเข้าสู่การพิจารณาเมื่อใด เนื่องจากเป็นหน้าที่ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ที่ต้องรวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และข้อกฎหมาย ก่อนจัดทำความเห็นเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณา

นายยุทธพร กล่าวอีกว่า กรอบเวลาการดำเนินงานของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขกำหนดไว้ 180 วัน นับจากการประชุมครั้งแรก โดยจะครบกำหนดวันที่ 20 มีนาคม 2570 แต่คณะกรรมการต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องยื่นเรื่องภายในเดือนมกราคม 2570 เพื่อให้มีเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาคำร้องอย่างรอบคอบ แต่หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในกำหนด กฎหมายเปิดช่องให้ขยายเวลาได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน แต่เป้าหมายคือเร่งดำเนินการให้เสร็จภายใน 180 วัน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่ามีกรรมการรายหนึ่งนำความเห็นเกี่ยวกับคำร้องทั้ง 4 คดีของนายทักษิณไปรายงานต่อนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าไม่เข้าเงื่อนไขนิรโทษกรรม นายยุทธพร กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง และมองว่าอาจเป็นเพียงข่าวลือหรือข่าวปล่อย เพราะการทำงานของคณะกรรมการต้องยึดข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และมติที่ประชุม ไม่มีการล็อบบี้ กดดัน หรือทำความเห็นชี้นำล่วงหน้า

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการเจรจาทางการเมือง โดยอ้างว่าหากนายทักษิณได้รับการนิรโทษกรรมทั้ง 4 คดี พรรคเพื่อไทยจะลงมติไว้วางใจรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายยุทธพร กล่าวว่า ในมุมมองทางวิชาการ ตนไม่เชื่อว่าจะมีข้อตกลงลักษณะดังกล่าว เพราะการต่อรองทางการเมืองมีปัจจัยอื่นอีกมาก และยืนยันว่าไม่มีประเด็นนี้เข้ามากดดันการทำงานของคณะกรรมการ

สำหรับข้อกังวลว่ากรรมการหรือข้าราชการที่เกี่ยวข้องอาจถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นายยุทธพร กล่าวว่า ไม่กังวล เนื่องจากทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและข้อเท็จจริง อีกทั้งมาตรา 6 ของ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ได้กำหนดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการไว้ชัดเจน โดยการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

นายยุทธพร กล่าวด้วยว่า กรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช. ระบุว่าการยื่นคำร้องของนายทักษิณมีเป้าหมายเพื่อลบทะเบียนประวัติอาชญากรนั้น ตามมาตรา 8 วรรคท้ายของกฎหมาย ได้กำหนดผลทางกฎหมายเกี่ยวกับประวัติอาชญากรไว้แล้ว โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ดำเนินการ ไม่จำเป็นต้องรอคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ

คำร้องนิรโทษ 4 คดี 'ทักษิณ' ยังไม่เข้าอนุฯ - จับตายุติสอบคดี กปปส.

ส่วนกรณีกฎหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2569 นายยุทธพร กล่าวว่า ประวัติอาชญากรของบุคคลที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายย่อมสิ้นผลลงตามบทบัญญัติ และไม่สามารถนำไปใช้เป็นโทษได้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่ต้องรอให้เจ้าตัวยื่นคำร้อง

นายยุทธพร กล่าวเพิ่มเติมว่า เคยเสนอประเด็นดังกล่าวต่อคณะกรรมการชุดใหญ่แล้ว และที่ประชุมเมื่อเดือนกันยายน 2569 มีมติแจ้งแนวทางไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง

“ยืนยันว่าในวันนี้ยังไม่มีเรื่องพิจารณากลั่นกรองคำร้องขอนิรโทษกรรมล้างมลทินทั้ง 4 คดีของนายทักษิณ ชินวัตร แต่อย่างใด” นายยุทธพร กล่าว

ส่วนข้ออ้างที่ว่าคดีของนายทักษิณเป็นผลพวงจากการรัฐประหาร นายยุทธพร กล่าวว่า ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายประกอบกัน โดยเฉพาะมาตรา 7 ซึ่งกำหนดให้เป็นการกระทำที่มีเหตุมาจากการชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมือง และมีมูลเหตุหรือแรงจูงใจทางการเมือง รวมถึงต้องไม่อยู่ในข้อยกเว้นตามมาตรา 3 ส่วนกรณีผลพวงจากรัฐประหารจะเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ ยังไม่สามารถแสดงความเห็นได้ เพราะเกี่ยวข้องกับหน้าที่พิจารณาคำร้อง

นายยุทธพร กล่าวว่า หากคณะกรรมการชุดใหญ่มีมติไม่รับคำร้อง ผู้มีส่วนได้เสียยังสามารถใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้ เนื่องจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการมีสถานะเป็นคำสั่งทางปกครอง ส่วนข้อความในกฎหมายที่ระบุว่าคำวินิจฉัยให้เป็นที่สุด หมายถึงเป็นที่สุดในกระบวนการทางปกครอง ไม่ได้ตัดสิทธิในการนำคดีขึ้นสู่ศาล

เมื่อถามถึงจำนวนผู้ได้รับประโยชน์จากกฎหมาย นายยุทธพร กล่าวว่า ข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ยังไม่ตรงกัน จึงต้องเร่งตรวจสอบและจัดทำฐานข้อมูลให้ชัดเจน ทั้งจำนวนคดีที่ต้องยุติในชั้นสอบสวน คดีที่ต้องจำหน่ายออกจากศาล และผู้ต้องขังที่อาจได้รับการปล่อยตัว โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนจากคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นประธาน

เมื่อถามถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายยุทธพร กล่าวว่า ยังไม่มีข้อมูลว่ามีการมอบหมายทนายความหรือตัวแทนยื่นคำร้องเข้ามา และขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดประชุมคณะอนุกรรมการฯ ครั้งที่ 2 เนื่องจากต้องรอฝ่ายเลขานุการจัดทำวาระ โดยข้อมูลคำร้องถือเป็นความลับที่กรรมการจะได้รับทราบในห้องประชุมเท่านั้น

นายยุทธพร กล่าวอีกว่า กฎหมายฉบับนี้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถยุติความขัดแย้งทางการเมืองทั้งหมดได้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการสร้างความปรองดอง ซึ่งต้องอาศัยการสื่อสารสาธารณะ การเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็น และการจัดทำแนวทางสร้างสันติสุขในระยะยาว ส่วนประเด็นผลพวงจากการรัฐประหารในยุค คสช. และกรณีนักกิจกรรมที่ยังสูญหาย ยังไม่ได้หารือในชั้นอนุกรรมการฯ แต่สามารถนำไปพิจารณาในคณะกรรมการชุดใหญ่ได้

จับตายุติสอบคดี กปปส. 'อภิสิทธิ์-สุเทพ' ส่อรอด

ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า  สาเหตุที่คำร้องของนายทักษิณทั้ง 4 คดีไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ ในวันนี้ เนื่องจากมีการยื่นเรื่องตรงต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขชุดใหญ่ จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาจไม่จำเป็นต้องผ่านการจัดทำความเห็นเบื้องต้นจากคณะอนุกรรมการฯ

แหล่งข่าว เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้มีสำนวนคดีชุมนุมทางการเมืองเข้าสู่การพิจารณา 5 เรื่อง รวมผู้เกี่ยวข้อง 7 ราย โดยหนึ่งในนั้นเป็นคดีพิเศษในชั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุวรรณ เป็นผู้ถูกกล่าวหา

แหล่งข่าว เปิดเผยอีกว่า ที่ประชุมมีความเห็นว่าพฤติการณ์ของคดีดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำทางการเมืองตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ จึงเห็นควรให้นิรโทษกรรมและยุติการสอบสวนในชั้นดีเอสไอ โดยยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและกระบวนการพิจารณาที่เกี่ยวข้องต่อไป