วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

'ภท.' ซัด 'กมธ.กฎหมาย' ออกมติไม่ชอบ-ลักหลับ จ่อยื่นสอบจริยธรรม

​5 กมธ.กฎหมาย ซีกภท. ค้านมติ กมธ. เรียก “อนุทิน” แจงสภาฯ ปมฝ่าฝืนอำนาจเรียก ชี้ลงมติมิชอบ จงใจลักหลับ จ่อตรวจรายงานชวเลข เอาผิดจริยธรรม

ที่รัฐสภา  กรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาฯ ซีกพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรรณ สส.สุพรรณบุรี นายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ สส.มหาสารคาม และ น.ส.รินทร์ลิตา อดิษะ สส.บัญชีรายชื่อ แถลงต่อกรณีที่ กมธ.การกฎหมาย ลงมติเอกฉันท์ 7 เสียง เมื่อ 5 พฤศจิกายน เรียกให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ หลังจากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอำนาจเรียก เหตุไม่สั่งการให้นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครองเข้าชี้แจงต่อ กมธ.การกฎหมาย ซึ่งตรวจสอบกรณีทุจริตโกงสอบท้องถิ่น

โดยนายศุภชัย กล่าวว่าการลงมติ ของกมธ.การกฎหมาย ซีกฝ่ายค้าน นำโดยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยข้อบังคับ เพราะเป็นการลงมติที่ไม่ครบองค์ประชุม ที่ต้องใช้ 8 คน จากกมธ.ที่มีทั้งหมด 15 คน อย่างไรก็ดีจากรายละเอียดของการลงมติเรื่องดังกล่าวพบว่าเป็นการลงมติในวาระอื่นๆ ซึ่งช่วงนั้นมี กมธ.อยู่ในห้องประชุม 6 คน ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์ตามกมธ.ของพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมอีก 1 คน ทั้งนี้ หากวาระดังกล่าวหากมีเจตนาตรงไปตรงมา ไม่มุบมิบ หรือ ลักหลับ ต้องให้เจ้าหน้าที่เชิญ กมธ. ทุกคนเข้าร่วมประชุม แต่ไม่พบการติดต่อให้กมธ.ฝ่ายรัฐบาลเข้าร่วมพิจารณา ดังนั้นการลงมติของกมธ.การกฎหมาย จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยข้อบังคับ

“การลงมติ 7 คนถือว่าไม่ชอบ และทำผิดข้อบังคับ รวมถึงรัฐธรรมนนูญ อย่างไรก็ดีผมรับทราบว่า ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้ทักท้วงแล้ว แต่นายรังสิมันต์ บอกว่าไม่ได้รับแจ้ง ทั้งนี้นายรังสิมันต์ ฐานะประธานกมธ. ต้องทำหน้าที่ให้เป็นกลาง ทำให้โปร่งใส เป็นไปตามข้อบังคับและประมวลจริยธรรม รวมถึง กมธ. ที่เป็น สส. ต้องทำให้เป็นไปตามข้อบังคับ กฎมาย และรัฐธรรมนูญ ดังนั้น พวกผมขอคัดค้าน และยังเตรียมพิจารณาประเด็นที่เข้าข่ายผิดจริยธรรม ทั้งประธานกมธ. และ กมธ.ที่พฤติการณ์ร่วม สนับสนุน ที่จะยื่นให้กรรมการจริยธรรมสภา ตรวจสอบ เพราะมีเจตนาตั้งใจให้เกิดความเสียหาย โดยมีข้อเท็จจริงอยู่ในบันทึกชวเลข” นายศุภชัย กล่าว

นายศุภชัย กล่าวต่อว่าตนเข้าใจเจตนาที่มุ่งการเมือง แต่การกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ สร้างความเสื่อมเสียต่อ กมธ.การกฎหมาย  และพวกตนที่เป็น กมธ.  อย่างไรก็ดีในประเด็นตรวจสอบโกงสอบท้องถิ่นนั้นไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ กมธ.การกฎหมาย ที่จะดำเนินการ

เมื่อถามว่าในการประชุมกมธ.การกฎหมายครั้งต่อไป กมธ.ซีกพรรคภูมิใจไทย ต้องนั่งเฝ้าเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ง่ายที่สุด คือ ทำตรงไปตรงมา หากมีวาระใดที่ต้องลงมติ ต้องให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกมธ.เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ตนเคยเป็นประธานกมธ. ไม่เคยแยกฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมีอยู่ในคณะนี้ พยายามทำให้เป็นเรื่องการเมือง

เมื่อถามว่ามีความกังวลใจต่อการทำงานต่อไปหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ไม่กังวลอะไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้การทำงานของกมธ. ไม่สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ เพราะตั้งเป้าเลือกเฉพาะสิ่งที่โจมตีรัฐบาล ทั้งนี้พวกตนพร้อมทำงานนเพื่อประชาชน เพราะมีหลายเรื่องที่ร้องเรียน เช่น กรณีเอ็นจีโอรับเงินองค์กรระหว่างประเทศ ที่เตรียมเสนอให้กมธ.พิจารณาว่าจะรับพิจารณาหรือไม่ หรือกรณีปัญหาสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

“แต่วันนี้เป็นการทำโดยประธานกมธ.คนเดียว ผมไม่อยากให้ใช้อำนาจที่เข้าใจว่ามี แต่ไม่มีอำนาจ เพราะหากทำในสิ่งที่ไม่ชอบด้วยข้อบัคับ หรือ ลุแก่อำนาจ  ผมไม่อยากให้เกิดบรรยากาศนั้น ที่ผ่านมาผมเคยทำงานร่วมกันได้อย่างดี แต่ด้วยอุดมการณ์วิธีที่ต่างกัน กลับละทิ้งแนวทางตามข้อบังคับ จะทำให้บรรยากาศตึงเครียด ผมขอเรียกร้องให้มาอยู่ในที่ชอบที่ชอบ ไม่ใช่ไปที่ชอบมากกว่าแต่ผิดกฎหมาย” นายศุภชัย กล่าว